สรุปสั้น : วิธีเพิ่มความสูงในแต่ละช่วงวัย ต้องทำอย่างไรบ้าง ? การเพิ่มความสูงควรเริ่มจากการส่งเสริมการเจริญเติบโตให้เหมาะสมกับช่วงวัย โดยเด็กและวัยรุ่นควรได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนและแคลเซียม นอนหลับอย่างเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่รบกวนการเจริญเติบโต เช่น การนอนดึก บุหรี่ และแอลกอฮอล์ ส่วนผู้ใหญ่ที่แผ่นการเจริญเติบโตปิดแล้วจะไม่สามารถเพิ่มความสูงของกระดูกได้อีก แต่ยังสามารถดูแลมวลกระดูกและปรับบุคลิกภาพให้ดูสูงและสมส่วนขึ้นได้ |
วิธีเพิ่มความสูงที่ได้ผลจริงไม่ได้มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะร่างกายในแต่ละช่วงวัยมีศักยภาพในการเจริญเติบโตต่างกันอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ได้ผลกับเด็กวัย 4-5 ขวบกับช่วงวัยรุ่นก็ไม่เหมือนกัน การรู้ว่าลูกอยู่ช่วงวัยไหนจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด
บทความนี้รวบรวมวิธีเพิ่มส่วนสูงแยกตามช่วงวัยไว้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ปัจจัยที่กำหนดความสูง วิธีประเมินว่าเหลือเวลาอีกเท่าไร วิธีเพิ่มส่วนสูงสำหรับแต่ละช่วงวัยทั้งผู้ชายและผู้หญิง ตารางกิจวัตรประจำวัน ไปจนถึงสิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้เกี่ยวกับความสูงลูก
ปัจจัยที่มีผลต่อความสูง
สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนคือความสูงของคนเราไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของพันธุกรรม ระบบฮอร์โมน โภชนาการ และสุขภาพโดยรวมที่ทำงานร่วมกันตลอดช่วงวัยเจริญเติบโต การเข้าใจว่าแต่ละปัจจัยทำงานอย่างไรจะช่วยให้เลือกวิธีที่ตรงจุดและตั้งความคาดหวังได้ตามจริง
พันธุกรรม
พันธุกรรมเป็นปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุด โดยการศึกษาส่วนใหญ่ระบุว่ามีอิทธิพลต่อความสูงประมาณ 60-80% ซึ่งหมายความว่าพันธุกรรมเป็นตัวกำหนดกรอบของศักยภาพความสูง แต่ไม่ได้กำหนดผลลัพธ์สุดท้ายแบบตายตัว
ส่วนที่เหลืออีก 20-40% คือส่วนที่การดูแลด้านอื่น ๆ เข้ามามีบทบาท เด็กที่ได้รับโภชนาการ มีวงจรการนอนหลับที่ดี และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจะเติบโตได้ใกล้เคียงเพดานศักยภาพของตัวเอง ในขณะที่เด็กที่ขาดปัจจัยเหล่านี้อาจเติบโตได้ไม่เต็มที่ ด้วยเหตุนี้ความเชื่อที่ว่าพ่อแม่ตัวเล็กแล้วลูกจะเตี้ยตามเสมอไปจึงไม่ถูกต้องทั้งหมด
ผู้ปกครองสามารถประเมินความสูงเป้าหมายของลูกเบื้องต้นได้จากความสูงของพ่อและแม่ ตามสูตรมาตรฐานที่ใช้ในทางการแพทย์
ตารางสูตรคำนวณความสูงเป้าหมายของลูก
เพศ | สูตรคำนวณ | ตัวอย่าง (พ่อ 175 ซม. แม่ 160 ซม.) |
เด็กชาย | (ความสูงพ่อ + ความสูงแม่ + 13) ÷ 2 | (175 + 160 + 13) ÷ 2 = 174 ซม. |
เด็กหญิง | (ความสูงพ่อ + ความสูงแม่ − 13) ÷ 2 | (175 + 160 − 13) ÷ 2 = 161 ซม. |
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงค่ากลางจากการประเมินในเบื้องต้นเท่านั้น ในความเป็นจริงความสูงสุดท้ายมักอยู่ในช่วงบวกลบราว 8-9 เซนติเมตรจากค่านี้ ซึ่งช่วงกว้างเกือบ 18 เซนติเมตรนี่เองคือพื้นที่ที่การดูแลสร้างความแตกต่างได้
โกรทฮอร์โมน
ความสูงเพิ่มขึ้นจากการยืดตัวของกระดูกยาว เช่น กระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง บริเวณที่ทำให้กระดูกยืดยาวได้เรียกว่าแผ่นการเจริญเติบโต (Growth Plate) ซึ่งเป็นแผ่นกระดูกอ่อนอยู่ใกล้ปลายกระดูกทั้งสองข้าง
ที่บริเวณนี้เซลล์กระดูกอ่อนจะแบ่งตัวและเรียงต่อกันไปเรื่อย ๆ จากนั้นแคลเซียมและแร่ธาตุอื่นจะเข้าไปสะสมและเปลี่ยนกระดูกอ่อนให้กลายเป็นกระดูกแข็งทำให้กระดูกยาวขึ้น กระบวนการนี้ควบคุมโดยโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่หลั่งจากต่อมใต้สมอง
จุดสำคัญคือโกรทฮอร์โมนหลั่งออกมามากที่สุดในช่วงที่ร่างกายหลับลึก จึงควรให้ความสำคัญกับการนอนให้เพียงพอและเป็นเวลา มากกว่าการกำหนดว่าต้องหลับในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง นี่คือเหตุผลที่การนอนหลับจัดเป็นหนึ่งในวิธีเพิ่มความสูงที่สำคัญที่สุด และเป็นเหตุผลที่การนอนดึกเป็นประจำส่งผลเสียโดยตรงต่อการเจริญเติบโต ไม่ใช่แค่ทำให้ง่วงในวันรุ่งขึ้น
นอกจากโกรทฮอร์โมนแล้ว ยังมีฮอร์โมนไทรอยด์ที่ควบคุมอัตราการเผาผลาญและการเจริญเติบโตของกระดูก และฮอร์โมนเพศที่กำหนดจังหวะการเข้าสู่วัยรุ่นและช่วงเวลาที่แผ่นการเจริญเติบโตจะปิดตัวลง หากระบบใดระบบหนึ่งทำงานผิดปกติ เด็กอาจเติบโตช้ากว่าเกณฑ์แม้จะได้รับสารอาหารครบถ้วน
โภชนาการ
สารอาหารคือวัตถุดิบที่ร่างกายใช้สร้างกระดูกและเนื้อเยื่อ หากขาดวัตถุดิบ กระบวนการเจริญเติบโตก็ดำเนินต่อไปไม่ได้เต็มที่แม้ฮอร์โมนจะทำงานปกติ
สารอาหารที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสูงมีสี่กลุ่มหลัก ได้แก่ โปรตีนซึ่งเป็นวัตถุดิบสร้างคอลลาเจนที่เป็นโครงร่างของกระดูก แคลเซียมที่เข้าไปเกาะบนโครงร่างนั้นเพื่อให้กระดูกแข็งแรง วิตามินดีที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ และแร่ธาตุอย่างสังกะสีกับแมกนีเซียมที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของโกรทฮอร์โมน
ในด้านสุขภาพ โรคเรื้อรังบางชนิดส่งผลต่อการเจริญเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคไต โรคระบบทางเดินอาหารที่ทำให้ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี รวมถึงความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ หากเด็กมีโรคประจำตัวเหล่านี้ การดูแลเรื่องความสูงต้องทำควบคู่กับการรักษาโรคหลักภายใต้การดูแลของแพทย์
ลูกอยู่ช่วงวัยไหนแล้ว เหลือเวลาเพิ่มความสูงอีกเท่าไร
คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนจะพิจารณาวิธีเพิ่มความสูงคือ ร่างกายยังอยู่ในช่วงที่เติบโตได้อยู่หรือไม่ เพราะคำตอบนี้เปลี่ยนแนวทางทั้งหมด หากยังอยู่ในช่วงที่แผ่นการเจริญเติบโตเปิดอยู่ การดูแลจะมุ่งไปที่การส่งเสริมให้กระดูกยืดยาวได้เต็มศักยภาพ แต่หากผ่านช่วงนั้นไปแล้ว แนวทางจะเปลี่ยนเป็นการรักษามวลกระดูกและปรับโครงสร้างร่างกายแทน
ช่วงเวลาทองของการเพิ่มความสูงคือช่วงไหน
ร่างกายมีสองช่วงที่เติบโตเร็วเป็นพิเศษ ช่วงแรกคือวัยทารกถึงวัยเด็กเล็ก และช่วงที่สองคือช่วงที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วหรือ Growth Spurt ในวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายสะสมมวลกระดูกได้มากที่สุดในชีวิต
เด็กหญิงมักเข้าสู่ช่วง Growth Spurt เร็วกว่า โดยเฉลี่ยราวอายุ 12 ปีครึ่ง ส่วนเด็กชายราวอายุ 14 ปี ความต่างนี้ทำให้เด็กหญิงมักสูงกว่าเพื่อนผู้ชายในช่วงมัธยมต้น ก่อนที่เด็กชายจะแซงในภายหลัง เพราะเพศชายโดยเฉลี่ยเข้าสู่วัยรุ่นช้ากว่าเพศหญิง จึงมักมีช่วงเวลาการเจริญเติบโตหลังเข้าสู่วัยรุ่นยาวนานกว่า
ความสำคัญของช่วงนี้อยู่ที่ความจำกัด เมื่อผ่านไปแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับมาเติบโตในอัตราเดียวกันได้อีก การดูแลในช่วงนี้จึงให้ผลตอบแทนสูงกว่าช่วงอื่นอย่างชัดเจน
อัตราการเติบโตต่อปี
วิธีหนึ่งที่สำคัญในการประเมินว่าลูกเติบโตตามปกติหรือไม่ คือดูที่อัตราการเพิ่มของส่วนสูงต่อปี ไม่ใช่ดูแค่ว่าสูงเท่าไรเมื่อเทียบกับเพื่อน เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเข้าสู่วัยรุ่นต่างกัน
ตารางอัตราการเติบโตและช่วงเวลาสำคัญตามวัย
ช่วงวัย | อัตราการเติบโตต่อปี | ช่วงเวลาสำคัญ |
1-2 ปี | 10-12 ซม. | เติบโตเร็วช่วงแรกของชีวิต |
3-10 ปี | 5-7 ซม. | ช่วงสะสมพื้นฐาน |
ช่วง Growth Spurt | เด็กหญิงประมาณ 8 ซม. / เด็กชายประมาณ 9-10 ซม. | หญิงราว 12.5 ปี / ชายราว 14 ปี |
หลังกระดูกปิด | แทบไม่เพิ่ม | หญิง 14-16 ปี / ชาย 16-18 ปี |
18-25 ปี | 0-2 ซม. | กระดูกบางส่วนอาจยังปิดไม่สนิท |
หากพบว่าเด็กเติบโตช้ากว่า 5 เซนติเมตรต่อปีในช่วงวัยเด็ก หรือส่วนสูงแทบไม่เพิ่มเลยในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
วิธีวัดที่แม่นยำคือวัดในตอนเช้าหลังตื่นนอน เพราะระหว่างวันหมอนรองกระดูกสันหลังจะถูกกดทับจากแรงโน้มถ่วง ทำให้ความสูงตอนเย็นน้อยกว่าตอนเช้าได้ราว 1-2 เซนติเมตร ควรวัดในเวลาเดียวกันทุกครั้งและบันทึกไว้ทุก 6 เดือน
4 วิธีเพิ่มความสูงแบบธรรมชาติ
วิธีเพิ่มความสูงแบบธรรมชาติ สามารถเริ่มทำตามได้ง่าย ๆ ป็นวิธีที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด โดยมี 4 วิธีหลัก ๆ ได้แก่ โภชนาการที่เหมาะสม,
1. โภชนาการที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความสูง
โภชนาการที่เพียงพอและหลากหลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในช่วงเด็กและวัยรุ่น ควรได้รับสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ได้แก่
- แคลเซียม: ช่วยเสริมความแข็งแรงและการสร้างกระดูก พบในนมและผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ ถั่ว และผักใบเขียว
- โปรตีน: เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ พบในไข่ เนื้อสัตว์ ปลา นม ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
- วิตามินดี: ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น พบในปลาทะเล ไข่แดง และสามารถสร้างได้เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด
2. การออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต
การออกกำลังกายเพิ่มความสูงช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และสมรรถภาพทางกาย โดยเด็กและวัยรุ่นควรมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งกิจกรรมที่มีการลงน้ำหนักและกิจกรรมที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เช่น
- วิ่ง กระโดดเชือก หรือเล่นกีฬา เช่น บาสเกตบอลและวอลเลย์บอล
- ว่ายน้ำ ซึ่งช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวของร่างกาย
- การยืดเหยียดหรือโยคะ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและส่งเสริมท่าทางที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้กระดูกยาวขึ้นโดยตรงหรือทำให้สูงเกินศักยภาพทางพันธุกรรม แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ร่างกายเติบโตและพัฒนากล้ามเนื้อและกระดูกได้อย่างเหมาะสม
การนอนหลับที่เพียงพอ
การนอนหลับมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต เพราะร่างกายมีการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ในช่วงหลับลึก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมร่างกาย โดยคุณภาพและระยะเวลาการนอนมีความสำคัญมากกว่าการกำหนดว่าต้องหลับในช่วงเวลาใดเป็นพิเศษ
เด็กและวัยรุ่นควรนอนให้เพียงพอตามช่วงวัย พร้อมรักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอ โดยสามารถส่งเสริมคุณภาพการนอนได้ด้วยการ
- เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา
- จัดห้องนอนให้มืด เงียบ และมีอุณหภูมิเหมาะสม
- ลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นร่างกายมากเกินไปก่อนเข้านอน
4. การปรับบุคลิกภาพและท่าทาง
การมีท่าทางที่เหมาะสมช่วยให้ยืนและเดินได้อย่างสมดุล ทำให้ดูมีบุคลิกที่ดีและแสดงความสูงได้เต็มที่ แม้จะไม่ได้ทำให้กระดูกยาวขึ้นจริง โดยสามารถฝึกได้ง่าย ๆ เช่น
- ยืนและเดินหลังตรง ไม่ห่อไหล่หรือค่อมตัว
- นั่งโดยรักษาแนวหลังให้เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการก้มคอหรือก้มดูโทรศัพท์เป็นเวลานาน
- หากต้องนั่งนาน ควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถและยืดเหยียดเป็นระยะ
วิธีเพิ่มความสูงเด็ก อายุ 1-10 ปี
เด็กในช่วงวัยนี้ควรเน้นการสร้างพื้นฐานมากกว่าการเร่ง เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังสะสมมวลกระดูกและสร้างนิสัยที่จะติดตัวไปถึงวัยรุ่น สิ่งที่ทำในช่วงนี้จะกลายเป็นพื้นฐานที่ร่างกายจะนำไปใช้ในช่วง Growth Spurt
โภชนาการสำหรับเด็กวัยกำลังโต
หัวใจของโภชนาการวัยนี้คือความหลากหลายและความสม่ำเสมอ ไม่ใช่การเน้นสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป เด็กควรได้รับอาหารครบห้าหมู่ในทุกมื้อ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโปรตีนและแคลเซียม
แหล่งโปรตีนที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ ได้แก่ ไข่ เนื้อไก่ ปลา และถั่วต่าง ๆ ส่วนแคลเซียมได้จากนมและผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งกระดูก เต้าหู้ งาดำ และผักใบเขียวอย่างคะน้ากับกวางตุ้ง ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำอยู่ที่ 700 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับเด็ก 1-3 ปี และเพิ่มเป็น 1,000 มิลลิกรัมต่อวันในช่วง 4-8 ปี
วิตามินดีเป็นอีกตัวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากขาดไป ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้เพียงส่วนน้อยแม้จะกินมากแค่ไหนก็ตาม วิธีที่ง่ายที่สุดคือให้เด็กเล่นกลางแจ้งในช่วงแดดอ่อนตอนเช้าเป็นประจำ
การนอนของเด็กเล็ก: ควรนอนกี่ชั่วโมงและเข้านอนกี่โมง
เด็กแต่ละช่วงวัยมีความต้องการการนอนต่างกัน โดยเด็กเล็กต้องการเวลานอนมากกว่าเด็กวัยเรียน ผู้ปกครองควรจัดเวลานอนให้เหมาะกับอายุและให้นอนอย่างสม่ำเสมอ และสิ่งที่ช่วยให้เด็กหลับได้ลึกขึ้น ได้แก่ การปิดไฟให้ห้องมืดสนิท ลดเสียงรบกวน ควบคุมอุณหภูมิห้องให้เย็นสบาย งดหน้าจอทุกชนิดอย่างน้อย 30 นาทีก่อนนอน และรักษาเวลาเข้านอนให้สม่ำเสมอทั้งวันธรรมดาและวันหยุด
ตารางเวลานอนที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย
ช่วงอายุ | เวลานอนที่แนะนำต่อ 24 ชั่วโมง* | ตัวอย่างเวลาเข้านอน | ตัวอย่างเวลาตื่นนอน |
1-2 ปี | 11-14 ชั่วโมง | 19.00-20.00 น. | 06.00-07.00 น. |
3-5 ปี | 10-13 ชั่วโมง | 19.00-20.00 น. | 06.00-07.00 น. |
6-10 ปี | 9-12 ชั่วโมง | 20.00-21.00 น. | 06.00-07.00 น. |
*รวมเวลานอนกลางวันในกรณีที่เด็กยังมีการงีบหลับตามวัย
หมายเหตุ: เวลาเข้านอนในตารางเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่จำเป็นต้องเข้านอนตรงตามเวลานี้ทุกคน สิ่งสำคัญคือเด็กควรได้รับชั่วโมงการนอนที่เหมาะสมกับวัย และมีเวลาเข้านอน-ตื่นนอนที่สม่ำเสมอ
กิจกรรมที่ช่วยเสริมการเจริญเติบโต
เด็กวัยนี้ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเป็นโปรแกรมจริงจัง สิ่งที่ต้องการคือการเคลื่อนไหวและเล่นอย่างอิสระอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน โดยเน้นกิจกรรมที่มีการลงน้ำหนักและแรงกระแทกเบา ๆ เช่น วิ่งเล่น กระโดด ปีนป่าย ขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ
เหตุผลคือแรงกระแทกที่ส่งผ่านกระดูกเป็นสัญญาณให้ร่างกายสร้างมวลกระดูกเพิ่ม อีกทั้งการเคลื่อนไหวยังกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนและช่วยให้เด็กหลับได้ลึกขึ้นในตอนกลางคืน ผู้ปกครองบางท่านไม่อยากให้ลูกเล่นนอกบ้านเพราะกังวลเรื่องความสกปรกหรือการบาดเจ็บ ซึ่งอาจทำให้เด็กมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ
สิ่งที่พ่อแม่ควรติดตามในวัยเด็ก
สิ่งที่ควรทำเป็นประจำคือวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนักทุก 6 เดือน แล้วบันทึกลงกราฟการเจริญเติบโตมาตรฐาน เพื่อดูว่าเส้นการเติบโตของลูกยังไปในทิศทางเดิมหรือเริ่มแบนราบลง การเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มมีความหมายมากกว่าตัวเลขในวันใดวันหนึ่ง
นอกจากนี้ควรพาเด็กตรวจสุขภาพประจำปี เพราะปัญหาบางอย่างที่กระทบการเจริญเติบโต เช่น ภาวะโลหิตจาง ปัญหาการดูดซึมสารอาหาร หรือความผิดปกติของฮอร์โมน มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก
วิธีเพิ่มความสูงวัยรุ่น อายุ 11-18 ปี
วัยรุ่นเป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ได้มากที่สุด เพราะร่างกายกำลังอยู่ในช่วงที่เติบโตเร็วที่สุดของชีวิต แต่ก็เป็นช่วงที่มีเวลาจำกัดที่สุดเช่นกัน สิ่งที่ทำหรือไม่ได้ทำในช่วงนี้จะสะท้อนออกมาเป็นความสูงสุดท้ายอย่างชัดเจน โดยมวลกระดูกของคนเราประมาณ 40% มีการสะสมขึ้นในช่วงวัยรุ่นเพียงไม่กี่ปี ในช่วง Growth Spurt ร่างกายอาจสูงขึ้นได้ถึง 8-14 เซนติเมตรต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่เกิดขึ้นอีกเลยหลังจากนั้น
สิ่งที่ทำให้ช่วงนี้ต่างจากวัยอื่นคือความต้องการสารอาหารพุ่งสูงขึ้นพร้อมกับที่พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยน วัยรุ่นเริ่มเลือกอาหารเอง เริ่มนอนดึก และเริ่มมีกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ร่างกายต้องการกับสิ่งที่ได้รับจริงจึงกว้างที่สุดในช่วงนี้
ปริมาณแคลเซียมที่วัยรุ่นต้องการอยู่ที่ 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งสูงกว่าผู้ใหญ่และสูงที่สุดในทุกช่วงวัย ซึ่งสามารถได้รับจากนมและผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงอาหารอื่นที่มีแคลเซียม เช่น ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ และผักบางชนิด
วิธีเพิ่มส่วนสูงวัยรุ่นผู้ชาย
เพศชายมีข้อได้เปรียบเรื่องระยะเวลา เพราะเข้าสู่วัยรุ่นช้ากว่าและเติบโตต่อได้ยาวนานกว่าเพศหญิงราว 2-5 ปี แต่ก็มีประเด็นที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ดังต่อไปนี้
- โปรตีนคือจุดที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ
เพราะเทสโทสเตอโรนที่หลั่งเพิ่มขึ้นทำให้ร่างกายสร้างมวลกล้ามเนื้อและกระดูกพร้อมกัน ความต้องการโปรตีนจึงสูงกว่าช่วงวัยอื่น แหล่งที่เหมาะสมคือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา นม และถั่ว ควรกระจายให้ได้รับในทุกมื้อ ไม่ใช่กระจุกในมื้อเดียว
- การออกกำลังกายควรมีทั้งกิจกรรมแบบแอโรบิกและกิจกรรมที่มีแรงกระแทก
โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน กีฬาที่เหมาะสมคือกลุ่มที่มีการกระโดดและลงน้ำหนัก เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล และกระโดดเชือก ควบคู่กับกิจกรรมที่ช่วยยืดเหยียดอย่างว่ายน้ำ
- การนอนคือจุดที่วัยรุ่นชายพลาดบ่อยที่สุด
ควรนอน 8-10 ชั่วโมงต่อคืนและเข้านอนก่อน 22.00 น. การนอนดึกเพื่อเล่นเกมหรือดูหน้าจอเป็นประจำในช่วงนี้ทำให้เสียโอกาสที่ย้อนคืนไม่ได้
วิธีเพิ่มส่วนสูงวัยรุ่นผู้หญิง
เพศหญิงมีเวลาน้อยกว่า เพราะเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าและกระดูกปิดเร็วกว่า ความเร่งด่วนในการเริ่มดูแลจึงสูงกว่า โดยมีรายละเอียดดังนี้
- แคลเซียมและวิตามินดีต้องได้รับต่อเนื่องโดยเฉพาะหลังมีประจำเดือน
เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังสะสมส่วนสำคัญของมวลกระดูกในช่วงสุดท้ายของการเจริญเติบโต ก่อนแผ่นการเจริญเติบโตปิด และมวลกระดูกที่สะสมได้ในช่วงนี้จะเป็นต้นทุนที่ใช้ไปตลอดชีวิต ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงกระดูกพรุนในวัยหมดประจำเดือนด้วย
- การออกกำลังกายควรเน้นการยืดเหยียดควบคู่กับการลงน้ำหนัก
ควรออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ โยคะ วอลเลย์บอล และกระโดดเชือก รวมอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน
- สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือการควบคุมน้ำหนักอย่างเข้มงวด
ซึ่งพบได้บ่อยในวัยรุ่นหญิง การจำกัดอาหารรุนแรงหรือลดน้ำหนักเร็วเกินไปจะรบกวนการทำงานของฮอร์โมนโดยตรง ทั้งฮอร์โมนเพศและโกรทฮอร์โมน จนอาจทำให้ประจำเดือนผิดปกติและกระทบการเจริญเติบโตในช่วงที่เหลืออยู่น้อยอยู่แล้ว
สิ่งที่พ่อแม่ควรติดตามในวัยรุ่น
ช่วงวัย 11-18 ปีเป็นช่วงสำคัญของการเจริญเติบโต พ่อแม่จึงควรติดตามทั้งส่วนสูง น้ำหนัก พัฒนาการเข้าสู่วัยรุ่น และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเติบโต โดยเฉพาะด้านต่อไปนี้
ส่วนสูงและน้ำหนัก ควรติดตามแนวโน้มอย่างสม่ำเสมอ
โภชนาการ ให้ได้รับพลังงาน โปรตีน แคลเซียม และวิตามินดีเพียงพอ
การนอนและการออกกำลังกาย ควรพักผ่อนเพียงพอและมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำ
พัฒนาการเข้าสู่วัยรุ่น หากการเจริญเติบโตช้าหรือแตกต่างจากวัยเดียวกันอย่างชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
วิธีเพิ่มความสูงผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป
สำหรับผู้ใหญ่มีเป้าหมายต่างจากสองช่วงวัยก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อแผ่นการเจริญเติบโตปิดสนิทแล้ว กระดูกยาวจะไม่ยืดเพิ่มได้อีก สิ่งที่ทำได้จึงเป็นการรักษาความสูงที่มีอยู่ไม่ให้เสียไป และปรับโครงสร้างร่างกายให้แสดงความสูงที่แท้จริงออกมาได้เต็มที่
การปรับบุคลิกภาพและท่าทางให้ดูสูงขึ้น
จุดนี้คือสิ่งที่ให้ผลชัดเจนที่สุดสำหรับผู้ใหญ่ เพราะคนวัยทำงานจำนวนมากสูญเสียความสูงที่ตัวเองมีอยู่จริงไปกับท่าทางที่ไม่ถูกต้อง การนั่งหลังค่อม ห่อไหล่ และก้มคอมองหน้าจอเป็นเวลานานทำให้กระดูกสันหลังโค้งงอและถูกกดทับ ส่งผลให้ดูเตี้ยกว่าความเป็นจริงได้ถึง 2-3 เซนติเมตร
การแก้ไขทำได้โดยฝึกยืนให้หู ไหล่ และสะโพกอยู่ในแนวเดียวกัน นั่งหลังตรงโดยใช้เก้าอี้ที่มีพนักรองรับหลังส่วนล่าง หลีกเลี่ยงการก้มดูโทรศัพท์เป็นเวลานาน และลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายทุก 30-60 นาทีเมื่อต้องนั่งทำงานต่อเนื่อง
ผลที่ได้จากการปรับท่าทางเป็นการคืนความสูงที่เสียไป ไม่ใช่การเพิ่มความสูงใหม่ แต่ในทางปฏิบัติแล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จริงและทำได้ทันที
การยืดเหยียดและออกกำลังกายสำหรับวัยทำงาน
การออกกำลังกายในวัยผู้ใหญ่มีเป้าหมายสองอย่างคือรักษาความหนาแน่นของมวลกระดูก และคลายการกดทับที่กระดูกสันหลัง โดยกิจกรรมที่เหมาะสมคือกลุ่มที่มีการลงน้ำหนักอย่างการเดินเร็ว วิ่งจ๊อกกิ้ง และการฝึกกล้ามเนื้อ ควบคู่กับกิจกรรมที่เน้นการยืดเหยียดอย่างว่ายน้ำ โยคะ และพิลาทิส ในปริมาณ 30-60 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์
การบริหารกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัวมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ทำหน้าที่พยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ในแนวตรง หากอ่อนแรงจะทำให้กลับไปหลังค่อมได้ง่ายแม้จะพยายามฝึกท่าทางแล้วก็ตาม
ตารางเพิ่มความสูง: ควรทำอะไรบ้างใน 1 วัน
การรู้ว่าต้องทำอะไรเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การรู้ว่าควรทำตอนไหนช่วยให้ปฏิบัติได้จริงและได้ผลมากกว่า ตารางด้านล่างเรียงกิจกรรมตามจังหวะการทำงานของร่างกายในหนึ่งวัน
ตัวอย่างตารางกิจวัตรประจำวันที่แนะนำเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต
ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ | เหตุผล |
หลังตื่นนอน | วัดส่วนสูง ยืดเหยียดเบา ๆ | ร่างกายมักมีความสูงมากกว่าในช่วงเช้า เนื่องจากแรงกดต่อกระดูกสันหลังระหว่างวันยังมีน้อย |
มื้อเช้า | โปรตีนและแคลเซียม เช่น ไข่กับนม | ช่วยให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นหลังอดอาหารข้ามคืน |
เช้า-สาย | รับแดดอ่อน 10-15 นาที | ร่างกายสร้างวิตามินดีเพื่อช่วยดูดซึมแคลเซียม |
มื้อกลางวัน | อาหารครบห้าหมู่ เน้นโปรตีน | เป็นมื้อที่ให้พลังงานหลักของวัน |
เย็น | ออกกำลังกาย 30-60 นาที | กระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนและช่วยให้หลับลึกขึ้น |
มื้อเย็น | ทานให้เสร็จก่อน 19.00 น. | ให้ร่างกายย่อยเสร็จก่อนนอน ไม่รบกวนการหลับลึก |
ก่อนนอน 1 ชม. | งดหน้าจอ ยืดเหยียดเบา ๆ | แสงจากหน้าจอรบกวนการหลั่งเมลาโทนิน |
ก่อน 22.00 น. | เข้านอน | เพื่อให้เข้าสู่ช่วงหลับลึกทันช่วงที่ฮอร์โมนหลั่งสูงสุด |
หมายเหตุเรื่องเวลานอน:
- เด็กอายุ 1-10 ปีควรเข้านอนไม่เกิน 20.00 น. และนอน 10-13 ชั่วโมง
- วัยรุ่นเข้านอนก่อน 22.00 น. และนอน 8-10 ชั่วโมง
- ผู้ใหญ่นอน 7-9 ชั่วโมง
สิ่งที่ทำให้ตารางนี้ได้ผลไม่ใช่การทำครบทุกข้อในวันเดียว แต่คือความสม่ำเสมอต่อเนื่องหลายเดือน การทำได้ 70% ทุกวันให้ผลดีกว่าการทำได้ 100% เพียงไม่นานก็หยุด
สิ่งที่ขัดขวางการเพิ่มความสูง
นอกจากการได้รับโภชนาการที่เพียงพอ การออกกำลังกาย และการนอนหลับอย่างเหมาะสมแล้ว การลดพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นที่ร่างกายยังอยู่ในช่วงพัฒนา จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการนอนหลับ โภชนาการ และสุขภาพกระดูก เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อการสะสมมวลกระดูกและคุณภาพการนอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต
นอกจากนี้ควรลดอาหารที่มีน้ำตาล โซเดียม และไขมันสูง รวมถึงอาหารแปรรูป เพราะการรับประทานเป็นประจำอาจทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตไม่เพียงพอ และส่งผลต่อคุณภาพอาหารโดยรวม
การนอนดึกและนอนหลับไม่เพียงพอ เป็นพฤติกรรมที่ควรให้ความสำคัญ เพราะโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) มีการหลั่งมากในช่วงหลับลึก การนอนให้เพียงพอและรักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอจึงมีความสำคัญมากกว่าการกำหนดว่าต้องนอนในช่วงเวลาใดโดยเฉพาะ
ขณะเดียวกัน ความเครียดเรื้อรัง และการใช้หน้าจอเป็นเวลานาน โดยเฉพาะก่อนนอน อาจรบกวนคุณภาพการนอนและส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม จึงควรจัดเวลาพักผ่อนและสร้างกิจวัตรการนอนที่เหมาะสม
ตารางรวมสิ่งที่ขัดขวางการเจริญเติบโต
สิ่งที่ควรเลี่ยง | ผลที่เกิดขึ้น | ข้อแนะนำ |
น้ำอัดลม | น้ำตาลกระตุ้นอินซูลินซึ่งยับยั้งโกรทฮอร์โมน | เปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าหรือนมรสจืด |
ของหวานและขนมน้ำตาลสูง | รบกวนการหลั่งโกรทฮอร์โมน โดยเฉพาะหากทานช่วงเย็น | ทานได้แต่ควรเป็นช่วงบ่าย ไม่ทานหลังมื้อเย็น |
อาหารทอดและไขมันสูง | ย่อยยาก รบกวนการนอน และแทนที่สารอาหารที่จำเป็น | ลดความถี่เหลือไม่เกินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง |
อาหารรสเค็มจัดและอาหารแปรรูป | โซเดียมสูงเพิ่มการขับแคลเซียมทางปัสสาวะ | ลดเครื่องปรุงและอาหารสำเร็จรูป |
ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง | คาเฟอีนเพิ่มการขับแคลเซียมและรบกวนการนอน | หลีกเลี่ยงในเด็ก และงดหลังเที่ยงในวัยรุ่น |
การนอนดึก | พลาดช่วงที่โกรทฮอร์โมนหลั่งสูงสุด | ตั้งเวลานอนคงที่ทุกวัน |
ความเครียดเรื้อรัง | คอร์ติซอลที่สูงต่อเนื่องยับยั้งการเจริญเติบโต | จัดเวลาพักผ่อนและกิจกรรมที่ผ่อนคลาย |
บุหรี่และแอลกอฮอล์ | ลดมวลกระดูกและรบกวนการดูดซึมสารอาหาร | หลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิงในวัยเจริญเติบโต |
5 วิธีเพิ่มความสูงทางการแพทย์ มีอะไรบ้าง
นอกจากการดูแลตามธรรมชาติแล้ว ยังมีทางเลือกทางการแพทย์สำหรับบางกรณี ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลของแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่เลือกใช้ได้เองตามความต้องการ
การรักษาด้วยโกรทฮอร์โมน
เป็นทางเลือกสำหรับเด็กที่ตรวจพบว่ามีภาวะขาดโกรทฮอร์โมนจริง หรือมีภาวะทางการแพทย์บางอย่างที่มีข้อบ่งชี้รองรับ ไม่ใช่การรักษาสำหรับเด็กที่เตี้ยตามพันธุกรรมปกติ การรักษาต้องเริ่มก่อนกระดูกปิดจึงจะได้ผล และอาจมีผลข้างเคียงที่ต้องติดตาม เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและอาการปวดข้อ
การทำกายภาพบำบัดและการออกกำลังกายด้วยแรงดึง
เป็นแนวทางที่ใช้หลักการยืดเหยียดและแรงดึงเพื่อคลายการกดทับที่กระดูกสันหลังและปรับโครงสร้างร่างกาย เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาท่าทางหรือกระดูกสันหลังผิดรูป และทำได้ทุกช่วงวัยเพราะไม่มีการใช้ยาหรือการผ่าตัด
การผ่าตัดยืดกระดูก
เป็นวิธีที่เพิ่มความสูงได้จริงราว 5-8 เซนติเมตร โดยการตัดกระดูกขาแล้วค่อย ๆ ยืดออกวันละประมาณ 1 มิลลิเมตร แต่มีความเสี่ยงสูงมากทั้งการติดเชื้อ กระดูกไม่ติด ข้อติด และผลกระทบต่อระบบประสาท อีกทั้งต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายเดือน จึงควรเป็นทางเลือกสุดท้ายที่พิจารณาอย่างรอบคอบร่วมกับแพทย์เท่านั้น
การฝังเข็มเพิ่มความสูง
การฝังเข็มเพิ่มความสูงเป็นวิธีการแพทย์แผนจีนที่อาจช่วยกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนได้ แต่ผลการศึกษายังไม่มีความชัดเจนมากนัก วิธีนี้จะได้ผลดีที่สุดในเด็กที่อยู่ในช่วงวัยกำลังเจริญเติบโต และควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝังเข็มเท่านั้น
อาหารเสริมเพิ่มความสูง
อาหารเสริมบางประเภทอาจช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต เช่น อาหารเสริมแคลเซียม วิตามินดี และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะสมกับความต้องการของร่างกายและไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง
ปรึกษาพัฒนาการของลูกรักในทุกช่วงวัยกับเมดิก้า เซ็นเตอร์ คลินิกเพิ่มความสูง
การเจริญเติบโตของแต่ละคนมีจังหวะและเงื่อนไขเฉพาะตัว ทั้งจากพันธุกรรม ช่วงพัฒนาการที่ต่างกัน พฤติกรรมการกิน การนอน และการทำงานของระบบฮอร์โมน การนำวิธีช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตแบบทั่วไปมาใช้จึงอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ร่างกายของแต่ละคนต้องการจริง และในบางกรณีอาจทำให้เสียเวลาในช่วงที่มีค่าที่สุดไป
เมดิก้า เซ็นเตอร์ คลินิกเพิ่มความสูง ให้บริการตรวจประเมินการเจริญเติบโตและติดตามพัฒนาการเป็นรายบุคคล พร้อมให้คำปรึกษาด้านโภชนาการและการปรับโครงสร้างร่างกายที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพื่อให้ผู้ปกครองมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจดูแลลูกได้อย่างตรงจุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มความสูง
Q1: ผู้หญิงมีประจำเดือนแล้วจะหยุดสูงเลยหรือไม่ ?
A: ไม่หยุดทันที แต่จะช้าลงอย่างชัดเจน หลังมีประจำเดือนครั้งแรก เด็กหญิงส่วนใหญ่ยังสูงต่อได้อีกระยะหนึ่ง แต่ความสูงที่เพิ่มขึ้นแตกต่างกันในแต่ละคน และโดยทั่วไปอัตราการเติบโตจะค่อย ๆ ช้าลง
Q2: พ่อแม่เตี้ย ลูกจะเตี้ยตามเสมอไปไหม ?
A: ไม่เสมอไป พันธุกรรมกำหนดความสูงราว 60-80% แต่ความสูงสุดท้ายมักอยู่ในช่วงบวกลบ 8-9 เซนติเมตรจากค่ากลางที่คำนวณได้ ซึ่งเป็นช่วงกว้างพอที่การดูแลจะสร้างความแตกต่างได้จริง
Q3: ดื่มนมเยอะ ๆ ทำให้สูงจริงไหม ?
A: ไม่จริงในความหมายที่หลายคนเข้าใจ แคลเซียมในนมช่วยให้กระดูกแข็งแรงและหนาแน่น แต่ไม่ได้ทำให้กระดูกยาวขึ้น การเจริญเติบโตต้องอาศัยโกรทฮอร์โมน โปรตีน และปัจจัยอื่นร่วมกัน การดื่มนมเกินความจำเป็นจึงไม่เพิ่มความสูง
Q4: โหนบาร์ช่วยเพิ่มความสูงได้จริงไหม ?
A: ช่วยเรื่องท่าทางและความยืดหยุ่นมากกว่าการเพิ่มความสูงถาวร การโหนบาร์คลายการกดทับที่หมอนรองกระดูกสันหลัง ทำให้วัดได้สูงขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำให้กระดูกยาวขึ้น ประโยชน์ที่แท้จริงคือช่วยแก้ปัญหาหลังค่อมและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง
Q5: อยากสูง 180 ซม. เป็นไปได้ไหม ?
A: ขึ้นอยู่กับความสูงเป้าหมายที่คำนวณจากพ่อแม่และช่วงวัยปัจจุบัน หากค่ากลางที่คำนวณได้อยู่ราว 172-175 เซนติเมตร และยังอยู่ในวัยที่กระดูกไม่ปิด เป้าหมาย 180 เซนติเมตรอยู่ในช่วงบนของศักยภาพที่เป็นไปได้ แต่หากค่ากลางอยู่ราว 165 เซนติเมตร เป้าหมายนี้อาจเกินช่วงความสูงเป้าหมายที่ประเมินได้
Q6: วิธีเพิ่มความสูงแบบเร่งด่วน ทำได้จริงหรือไม่
A: ไม่มี เพราะการเจริญเติบโตของกระดูกเป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่ใช้เวลาเป็นเดือนถึงปี ไม่ใช่สิ่งที่เร่งได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
สิ่งที่ทำได้จริงมีสองแนวทางหลัก คือการทำให้ดูสูงขึ้นทันทีด้วยการปรับท่าทาง และการทำให้ร่างกายเติบโตได้เต็มศักยภาพเร็วกว่าเดิมด้วยการทำหลายวิธีพร้อมกันอย่างสม่ำเสมอ
Q7: เพิ่มความสูง 10 cm ในเวลาสั้น ๆ เป็นไปได้ไหม
A: เป็นไปไม่ได้ เพราะการเพิ่มความสูง 10 cm เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้ในเชิงระยะเวลาหลายปี แต่ไม่ใช่ในเชิงสัปดาห์หรือเดือน
เด็กที่อยู่ในช่วง Growth Spurt สามารถสูงขึ้นได้ 8-14 เซนติเมตรภายในหนึ่งปีอยู่แล้วตามธรรมชาติ สิ่งที่การดูแลที่ดีทำได้คือช่วยสนับสนุนให้การเจริญเติบโตเป็นไปตามศักยภาพของแต่ละคน ไม่ใช่การผลักให้เกินกรอบที่พันธุกรรมกำหนดไว้ ส่วนผู้ที่กระดูกปิดสนิทแล้ว การเพิ่มความสูง 10 เซนติเมตรด้วยวิธีธรรมชาติเป็นไปไม่ได้ตามหลักสรีรวิทยา


อ่านรีวิวคอร์สเพิ่มความสูงของ “เมดิก้าเซ็นเตอร์” ได้ที่นี่
อยากสูง…ปรึกษาเราได้
เมดิก้า เซ็นเตอร์ (Medica Center) เพิ่มโอกาสสูง ปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและสูงขึ้นเห็นผลทันทีในครั้งแรก!! ที่ใช้เทคนิคการเพิ่มความสูงด้วยวิธีการทางการแพทย์ ไม่ต้องเข้าผ่าตัด แต่เป็นการเพิ่มความสูงด้วยการทำกายภาพ เมดิก้าเซ็นเตอร์ใช้หลักการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลักใหญ่ในการกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน รวมถึงการปรับโครงสร้างของร่างกายเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพให้สง่าและดูดี เพิ่มโอกาสสูงได้สูงสุดทันที 1-5 cm. ผลจริง ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ทุกขั้นตอนได้รับการดูแลและให้คำปรึกษาจากแพทย์และทีมงานผู้ชำนาญการประสบการณ์ด้านการปรับบุคลิกภาพเพิ่มโอกาสสูงมายาวนานมากกว่า 15 ปี สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงอายุที่เลยวัยพัฒนาการทางร่างกายแล้ว แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง ความปรารถนาที่จะมีส่วนสูงในฝันนั้นอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คุณคาดคิด
ที่ตั้ง : 2358 ชั้น 4 ถ.สุขุมวิท แขวง บางจาก เขต พระโขนง กรุงเทพ
เนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจ
ไขข้อข้องใจ เด็กกินไก่ทุกวันเป็นอะไรไหม ? โตเกินวัยเพราะไก่ฉีดฮอร์โมนจริงหรือ
แคลเซียม (Calcium) คืออะไร? ประโยชน์ ปริมาณที่ควรได้รับ และความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก
อยากสูงต้องทำอย่างไร? แนะนำวิธีเพิ่มความสูงเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
เทคนิคเลือกแหล่งโปรตีนสำหรับเด็ก ช่วยให้ลูกเติบโตสมวัยแข็งแรง
อายุกระดูกน้อยกว่าอายุจริง หมายความว่าอะไร ส่งผลต่อการเจริญเติบโตอย่างไร
ประโยชน์ของฟอสฟอรัสมีอะไรบ้าง มีส่วนช่วยเรื่องความสูงเด็กอย่างไร ?
สโมสรฟุตบอลมีนบุรี ศูนย์ฝึกฟุตบอลสำหรับเด็กและเยาวชน
ผักที่มีแคลเซียมสูง มีอะไรบ้าง ? พร้อมเมนูผักกินง่ายสำหรับเด็ก
ปรึกษาทีมแพทย์ฟรี คลิกที่นี่