สรุปสั้น: L-Ornithine คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง ? L-Ornithine คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในวัฏจักรยูเรีย (Urea Cycle) เพื่อกำจัดของเสียในตับ แม้ร่างกายจะสังเคราะห์เองได้ แต่การเสริม L-Ornithine ในปริมาณที่เหมาะสมมีส่วนช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ในช่วงหลับลึก ช่วยลดความเมื่อยล้า ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และส่งเสริมสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อพัฒนาการความสูงของเด็ก อย่างไรก็ตาม ควรได้รับภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุด |
หากพูดถึงสารอาหารที่ช่วยเรื่องความสูงในเด็ก หลายคนมักนึกถึงแคลเซียม วิตามินดี หรือโปรตีนเป็นอันดับต้น ๆ แต่กรดอะมิโนอีกชนิดหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ให้ความสนใจมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ L-Ornithine ซึ่งคือหนึ่งในตัวช่วยสำคัญระดับเซลล์ แม้จะไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูในชีวิตประจำวัน แต่มีบทบาทต่อการกำจัดของเสียในตับ การฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และความเชื่อมโยงกับการกระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone – GH ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เด็กเจริญเติบโตอย่างสมวัย บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกันว่า L-Ornithine คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และส่งผลต่อพัฒนาการความสูงของลูกรักได้อย่างไร เพื่อเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญในการปรับโภชนาการให้ลูกรัก
แอลออร์นิทีน (L-Ornithine) คืออะไร
L-Ornithine คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ จึงจัดอยู่ในกลุ่มกรดอะมิโนไม่จำเป็น (Non-Essential Amino Acid) แต่ในบางสภาวะที่ร่างกายมีความต้องการสูง เช่น ช่วงวัยเร่งโต (Growth Spurt) การออกกำลังกายหนัก หรือภาวะเครียด ร่างกายอาจผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
L-Ornithine ไม่ใช่กรดอะมิโนที่นำไปสร้างโปรตีนโดยตรงเหมือนกรดอะมิโนทั่วไป แต่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมหลายอย่าง โดยเฉพาะในวัฏจักรยูเรีย (Urea Cycle) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ตับใช้เปลี่ยนแอมโมเนียซึ่งเป็นพิษให้กลายเป็นยูเรียเพื่อขับออกทางปัสสาวะ นอกจากนี้ ยังเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กรดอะมิโนชนิดอื่น เช่น Arginine, Proline และ Polyamines ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเซลล์ใหม่และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย
ประโยชน์ของ L-Ornithine คืออะไร ช่วยเพิ่มความสูงได้จริงหรือไม่
เมื่อทำความเข้าใจว่า L-Ornithine คือสารอาหารที่มีบทบาททางการแพทย์อย่างไรแล้ว ประโยชน์หลักที่ได้รับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ กระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน พร้อมช่วยปรับคุณภาพการนอนหลับให้ดีขึ้น และช่วยขับแอมโอเนียออกจากร่างกาย ช่วยลดภาระการทำงานของตับ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
1. กระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone
นี่คือบทบาทที่เกี่ยวข้องกับความสูงโดยตรงที่สุด L-Ornithine กระตุ้นให้ต่อมใต้สมองหลั่ง Growth Hormone (GH) มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลับลึก งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน European Journal of Clinical Nutrition พบว่าการกิน L-Ornithine ขนาด 400 มก. ก่อนนอนช่วยเพิ่มระดับ GH ในช่วงกลางคืนได้อย่างมีนัยสำคัญในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี
อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า L-Ornithine ไม่ได้ทำให้สูงขึ้นโดยตรง แต่ช่วยเสริมสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต โดยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ
2. ลดความเมื่อยล้าและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ
การศึกษาพบว่า L-Ornithine มีส่วนช่วยลดระดับคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด และช่วยปรับสมดุลเคมีในสมอง ส่งผลให้เด็กนอนหลับได้ลึกและต่อเนื่องยิ่งขึ้น เนื่องจาก Growth Hormone จะหลั่งได้ดีที่สุดในช่วงหลับลึก การนอนหลับที่มีคุณภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญของความสูง
3.ขับแอมโมเนียและบำรุงการทำงานของตับ
ในวงจรยูเรีย L-Ornithine ทำหน้าที่เป็นสารรับและส่งต่อแอมโมเนียเพื่อนำออกจากร่างกาย ช่วยลดภาระของตับและรักษาสมดุลของกรด-ด่างในเลือด ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ฮอร์โมนและเอนไซม์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
4. เพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
L-Ornithine เป็นสารตั้งต้นของ Arginine ซึ่งกระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ที่ช่วยขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนเลือด นำสารอาหารไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการล้าสะสมหลังการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย
5. สนับสนุนการสังเคราะห์ คอลลาเจน (Collagen) และ โพรลีน (Proline)
L-Ornithine เป็นสารตั้งต้นของ Proline ซึ่งเป็นกรดอะมิโนหลักในการสังเคราะห์คอลลาเจน โปรตีนโครงสร้างของกระดูกอ่อน เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และผิวหนัง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่กระดูกกำลังเจริญเติบโต
L-Ornithine ช่วยเพิ่มความสูงได้จริงไหม
สามารถสรุปได้ว่า L-Ornithine มีส่วนช่วยสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตจริง ผ่านการส่งเสริมการหลั่ง Growth Hormone และการนอนหลับลึก แต่ไม่ใช่ยาเพิ่มความสูงที่ให้ผลทันตาเห็น ประสิทธิภาพสูงสุดจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างกายได้รับโภชนาการครบถ้วน ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกกระตุ้นข้อต่ออย่างเหมาะสม นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ และต้องอยู่ในช่วงเวลาที่แผ่นเจริญเติบโต (Growth Plate) ยังไม่ปิดลง
L-Ornithine พบในอาหารอะไรบ้าง
โดยปกติ L-Ornithine พบได้ตามธรรมชาติในอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยเฉพาะอาหารจากสัตว์ ดังตารางด้านล่างนี้
อาหาร | ปริมาณ L-Ornithine โดยประมาณ | หมายเหตุ |
เนื้อไก่ | 100–150 มก. ต่อ 100 กรัม | พบมากในส่วนอก |
เนื้อวัว | 80–120 มก. ต่อ 100 กรัม | ควรเลือกส่วนไม่ติดมัน |
ปลา (แซลมอน ทูน่า) | 60–100 มก. ต่อ 100 กรัม | ได้ไขมันดี โอเมก้า 3 ร่วมด้วย |
ไข่ไก่ | 30–50 มก. ต่อฟอง | แหล่งโปรตีนย่อยง่าย หาซื้อง่าย |
นมและผลิตภัณฑ์จากนม | 20–40 มก. ต่อ 100 กรัม | มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง |
ถั่วเหลือง | 50–80 มก. ต่อ 100 กรัม | แหล่งจากพืชที่ดีที่สุด |
เห็ดชิตาเกะ | มีในปริมาณสูง | แหล่งจากพืชที่น่าสนใจ |
ปริมาณ L-Ornithine ที่ได้จากอาหารปกติมักไม่เพียงพอที่จะให้ผลในการกระตุ้น GH อย่างชัดเจน งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ปริมาณ 400–2,000 มก. ต่อวัน ซึ่งสูงกว่าที่ได้จากอาหารทั่วไปมาก การพิจารณาเสริมในรูปอาหารเสริมจึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
L-Ornithine เหมาะกับใครบ้าง
การพิจารณาใช้ L-Ornithine ควรผ่านการประเมินความเหมาะสมเฉพาะบุคคล โดยกลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์มีทั้ง เด็กวัยรุ่นช่วง Golden Time, เด็กที่นอนไม่เพียงพอ มีความเครียด, นักกีฬาเยาวชน ไปจนถึงผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพตับโดยเฉพาะ
- เด็กและวัยรุ่นที่อยู่ในช่วง Golden Time: โดยเฉพาะช่วงอายุ 8–16 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ Growth Plate ยังเปิดอยู่และร่างกายตอบสนองต่อ GH ได้ดีที่สุด การเสริม L-Ornithine ในช่วงนี้มีโอกาสให้ผลดีต่อการเจริญเติบโตมากกว่าช่วงอื่น
- เด็กที่นอนหลับไม่ดีหรือมีความเครียดสะสม: ความเครียดและการนอนไม่พอเป็นตัวการสำคัญที่ลด GH อยู่แล้ว L-Ornithine ช่วยลด Cortisol และปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ จึงเป็นประโยชน์สำหรับเด็กในกลุ่มนี้
- นักกีฬาเยาวชนหรือเด็กที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายหนักสร้างแอมโมเนียในกล้ามเนื้อ L-Ornithine ช่วยกำจัดของเสียนี้ได้เร็วขึ้น ลดอาการล้าหลังฝึกซ้อม และช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วกว่า
- ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพตับ: L-Ornithine ช่วยสนับสนุนการทำงานของวงจรยูเรียในตับ เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับโปรตีนสูงหรือต้องการลดภาระของตับ
สำหรับกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน ได้แก่ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคไตหรือโรคตับรุนแรง หรือผู้ที่มีภาวะแอมโมเนียในเลือดสูง (Hyperammonemia)
เด็กแต่ละวัยควรได้รับ L-Ornithine วันละเท่าไร
ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนด Recommended Dietary Allowance (RDA) อย่างเป็นทางการสำหรับ L-Ornithine เนื่องจากเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์เองได้ แต่จากข้อมูลงานวิจัยและแนวทางทางคลินิก มีการใช้ดังนี้
ช่วงอายุ | ปริมาณที่ใช้ในงานวิจัย | หมายเหตุ |
เด็กเล็ก (< 5 ปี) | ไม่แนะนำให้เสริมเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ | ควรได้จากอาหารตามธรรมชาติ |
เด็ก 6–12 ปี | 200–400 มก./วัน | ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำแพทย์ |
วัยรุ่น 13–18 ปี | 400–800 มก./วัน | พิจารณาร่วมกับน้ำหนักตัวและกิจกรรม |
ผู้ใหญ่ | 400–2,000 มก./วัน | ขนาดที่ใช้ในงานวิจัยส่วนใหญ่ |
สิ่งสำคัญ: ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว สุขภาพโดยรวม และวัตถุประสงค์ในการใช้ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มเสริม L-Ornithine ในเด็กเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง
L-Ornithine กินตอนไหนดีที่สุด
การเลือกเวลาในการกิน L-Ornithine ก็มีความสำคัญอย่างมากต่อระดับการดูดซึมและการออกฤทธิ์ของกรดอะมิโน จึงควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนี้
- ก่อนนอน 30–60 นาที คือเวลาที่ดีที่สุด: เหตุผลหลักคือ Growth Hormone หลั่งมากที่สุดในช่วง 1–2 ชั่วโมงแรกของการนอนหลับลึก การกิน L-Ornithine ก่อนนอนจะทำให้ระดับกรดอะมิโนในเลือดถึงจุดสูงสุดในช่วงเวลาที่ร่างกายพร้อมจะตอบสนองต่อการกระตุ้น GH มากที่สุด
- ควรกินขณะท้องว่างหรือหลังอาหารเบาๆ: การกินร่วมกับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงอาจกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพในการกระตุ้น GH ได้ หากเป็นช่วงหลังอาหารเย็น ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนกิน L-Ornithine
- สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย: ก่อนออกกำลังกาย 30–60 นาที เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสะสมแอมโมเนียในกล้ามเนื้อระหว่างออกกำลังกาย จากนั้นอาจกินอีกครั้งก่อนนอนเพื่อเสริมการกระตุ้น GH ในเวลากลางคืน
L-Ornithine มีผลข้างเคียงหรือไม่
โดยทั่วไป L-Ornithine จัดเป็นสารอาหารที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อรับเข้าไปในขนาดที่เหมาะสม แต่ก็มีข้อควรระวังที่ควรรู้ดังนี้
ผลข้างเคียงที่อาจพบ
- ระบบทางเดินอาหาร คือผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสีย หรือปวดท้อง โดยเฉพาะเมื่อกินในปริมาณมากหรือตอนท้องว่างมากเกินไป การเริ่มต้นด้วยขนาดต่ำก่อนและค่อย ๆ เพิ่มช่วยลดผลข้างเคียงนี้ได้
- ปฏิกิริยากับยาบางชนิด L-Ornithine อาจส่งผลต่อการทำงานของยาบางประเภท โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตับ ควรแจ้งแพทย์หากใช้ยาใดอยู่
- ระดับกรดอะมิโนไม่สมดุล การได้รับกรดอะมิโนชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณสูงเป็นเวลานานอาจรบกวนสมดุลของกรดอะมิโนชนิดอื่นในร่างกายได้
ข้อควรระวังพิเศษสำหรับเด็ก
เนื่องจากงานวิจัยด้านความปลอดภัยในเด็กยังมีจำกัด การเสริม L-Ornithine ในเด็กและวัยรุ่นควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ ไม่แนะนำให้ผู้ปกครองซื้อมาให้ลูกกินเองโดยไม่ผ่านการประเมินทางการแพทย์
ขนาดและปริมาณที่ปลอดภัย
องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) กำหนดให้ L-Ornithine มีสถานะความปลอดภัยระดับ GRAS (Generally Recognized As Safe) สำหรับการใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร งานวิจัยทางการแพทย์ในมนุษย์ส่วนใหญ่พบว่า การกิน L-Ornithine ในขนาด 400–2,000 มก. ต่อวัน มีความปลอดภัยสูง และไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อใช้อย่างเหมาะสม
เมดิก้า เซ็นเตอร์ พร้อมให้คำแนะนำด้านโภชนาการเพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก
การส่งเสริมให้ลูกรักเติบโตและยืดส่วนสูงได้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเสริมสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในภาพรวมของร่างกาย ทั้งระดับฮอร์โมน โภชนาการรวม คุณภาพการนอนหลับ และการประเมินพัฒนาการกระดูก
ที่ เมดิก้า เซ็นเตอร์ คลินิกเพิ่มความสูง เราพร้อมให้บริการตรวจประเมินสรีระและโภชนาการอย่างครบถ้วน วางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคลที่ครอบคลุมทั้งสารอาหารหลักและแร่ธาตุสำคัญ ให้คำแนะนำเรื่องช่วงเวลากินที่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต พร้อมติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้การลงทุนด้านสุขภาพของลูกคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
แหล่งอ้างอิง
- BOC Sciences Amino Acid Reference
- Coco Active Nutrition —Science Review (2025)
- PMC Nutrition Journal (2014) Randomised Controlled Trial of the Effects of L-Ornithine on Stress Markers and Sleep Quality in Healthy Workers
- Holistic Nootropics Evidence Review (2026)
L-Ornithine: Comprehensive Evidence Review - ResearchGate European Journal of Clinical Nutrition
Physiological Functions of L-Ornithine and L-Aspartate in the Body - Darwin Nutrition Active Ingredients (2025) L-Ornithine: Benefits, Dosage, Contraindications
- ResearchGate Ergometer Exercise Study (2010) The Effect of L-Ornithine Hydrochloride Ingestion on Performance During Incremental
- ScienceDirect Biochemical and Biophysical Research Communications (2019)
- PubMed Systematic Review (2025) Safety Assessment of L-Ornithine Oral Intake in Healthy Subjects


อ่านรีวิวคอร์สเพิ่มความสูงของ “เมดิก้าเซ็นเตอร์” ได้ที่นี่
อยากสูง…ปรึกษาเราได้
เมดิก้า เซ็นเตอร์ (Medica Center) เพิ่มโอกาสสูง ปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและสูงขึ้นเห็นผลทันทีในครั้งแรก!! ที่ใช้เทคนิคการเพิ่มความสูงด้วยวิธีการทางการแพทย์ ไม่ต้องเข้าผ่าตัด แต่เป็นการเพิ่มความสูงด้วยการทำกายภาพ เมดิก้าเซ็นเตอร์ใช้หลักการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลักใหญ่ในการกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน รวมถึงการปรับโครงสร้างของร่างกายเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพให้สง่าและดูดี เพิ่มโอกาสสูงได้สูงสุดทันที 1-5 cm. ผลจริง ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ทุกขั้นตอนได้รับการดูแลและให้คำปรึกษาจากแพทย์และทีมงานผู้ชำนาญการประสบการณ์ด้านการปรับบุคลิกภาพเพิ่มโอกาสสูงมายาวนานมากกว่า 15 ปี สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงอายุที่เลยวัยพัฒนาการทางร่างกายแล้ว แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง ความปรารถนาที่จะมีส่วนสูงในฝันนั้นอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คุณคาดคิด
ที่ตั้ง : 2358 ชั้น 4 ถ.สุขุมวิท แขวง บางจาก เขต พระโขนง กรุงเทพ
เนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจ
L-Ornithine คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง ส่งผลต่อความสูงเด็กอย่างไร ?
ดีเอชเอ (DHA) คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง และกินตอนไหนดีที่สุด เพื่อเสริมพัฒนาการของเด็ก
กระดูกงอก คืออะไร เกิดจากการกินแคลเซียมมากไปจริงไหม ?
ไขข้อข้องใจ เด็กกินไก่ทุกวันเป็นอะไรไหม ? โตเกินวัยเพราะไก่ฉีดฮอร์โมนจริงหรือ
แคลเซียม (Calcium) คืออะไร? ประโยชน์ ปริมาณที่ควรได้รับ และความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก
อยากสูงต้องทำอย่างไร? แนะนำวิธีเพิ่มความสูงเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
เทคนิคเลือกแหล่งโปรตีนสำหรับเด็ก ช่วยให้ลูกเติบโตสมวัยแข็งแรง
อายุกระดูกน้อยกว่าอายุจริง หมายความว่าอะไร ส่งผลต่อการเจริญเติบโตอย่างไร
ปรึกษาทีมแพทย์ฟรี คลิกที่นี่