กระดูกงอก คืออะไร เกิดจากการกินแคลเซียมมากไปจริงไหม ?

กระดูกงอก คืออะไร-เมดิก้าคลินิกความสูง

สรุปสั้น: กระดูกงอกคืออะไร เกิดจากอะไร ?

กระดูกงอก (Osteophyte) คือปุ่มกระดูกที่เกิดขึ้นจากการตอบสนองต่อภาวะข้อเสื่อม การอักเสบ หรือแรงกดทับสะสม ไม่ได้เกิดจากการกินแคลเซียมมากเกินไปอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด โดยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการและไม่อันตราย แต่หากงอกไปกดทับเส้นประสาท อาจทำให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงได้ การรักษามีตั้งแต่การทำกายภาพบำบัด การกินยา ไปจนถึงการผ่าตัดในเคสที่รุนแรง ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการควบคุมน้ำหนัก ปรับท่าทางให้ถูกต้อง และกินแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม

 

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและนิยมกินอาหารเสริมกันมากขึ้น “แคลเซียม” มักเป็นแร่ธาตุอันดับต้น ๆ ที่หลายคนเลือกเพื่อบำรุงกระดูกและเสริมสร้างส่วนสูง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อที่ส่งต่อกันมาอย่างยาวนานว่า การได้รับแคลเซียมมากเกินไป อาจเข้าไปสะสมจนกลายเป็น “กระดูกงอก” ตามข้อต่อและกระดูกสันหลัง ทำให้หลายคนเกิดความกลัวจนไม่กล้าเสริมแคลเซียมให้ตัวเองหรือลูกรัก

ความเชื่อเรื่องแคลเซียมกับกระดูกงอกนี้เป็นเรื่องจริงทางการแพทย์ หรือเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่คิดไปเอง ? บทความนี้จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัย เจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดกระดูกงอก พร้อมเรียนรู้วิธีการดูแลสุขภาพกระดูกอย่างถูกต้องและปลอดภัย

 

กระดูกงอก คืออะไร

กระดูกงอก (Bone Spur หรือ Osteophyte) คือการที่กระดูกเติบโตออกมาเกินจากขอบหรือพื้นผิวของกระดูกปกติ มีลักษณะเป็นปุ่มหรือขอบแหลมคมที่เกิดขึ้นในบริเวณที่กระดูกได้รับแรงกดหรือการเสื่อมสภาพเป็นเวลานาน

มักพบได้บ่อยบริเวณดังต่อไปนี้

  • กระดูกสันหลัง โดยเฉพาะบริเวณคอและเอว
  • ข้อเข่า ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับโรคข้อเสื่อม
  • ส้นเท้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เดือยส้นเท้า” (Heel Spur)
  • ข้อไหล่ ข้อสะโพก และนิ้วมือ

กระดูกงอกไม่ได้เกิดขึ้นเพราะกระดูกแตกหรือเสียหาย แต่เป็นกระบวนการตอบสนองของร่างกายต่อแรงกดหรือการอักเสบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ร่างกายพยายาม “ซ่อมแซม” โดยการสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาเสริม แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นและอาจสร้างปัญหาตามมา

สิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ กระดูกงอกไม่ใช่โรค แต่เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการที่ร่างกายสร้างขึ้น ดังนั้นการรักษาที่ได้ผลจึงต้องเริ่มจากการเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การกำจัดปุ่มกระดูกที่เห็นได้เพียงอย่างเดียว

 

กระดูกงอก เกิดจากอะไร

กระดูกงอกไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมสภาพและแรงกดที่สะสมในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาข้อเสื่อม, การบาดเจ็บเรื้อรัง, มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือเป็นโรคอ้วน, พันธุกรรม และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

  1. ข้อเสื่อม (Osteoarthritis)
    เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เมื่อกระดูกอ่อนที่หุ้มผิวข้อสึกหรอลง ร่างกายจะพยายามชดเชยด้วยการสร้างกระดูกใหม่ขึ้นบริเวณขอบข้อ ซึ่งมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีหรือผู้ที่ใช้งานข้อหนักเป็นเวลานาน
  2. การบาดเจ็บซ้ำๆ หรือแรงกดเรื้อรัง
    นักกีฬา ผู้ที่ทำงานยืนนาน หรือผู้ที่มีท่าทางไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน จะมีแรงกดที่จุดเดิมซ้ำ ๆ กระดูกจะตอบสนองด้วยการสร้างเนื้อกระดูกพิเศษขึ้นบริเวณที่รับแรงมากที่สุด
  3. น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
    น้ำหนักตัวที่มากเกินทำให้ข้อเข่า ข้อเท้า และกระดูกสันหลังรับแรงกดสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระดูกงอกได้มาก
  4. การอักเสบเรื้อรัง
    โรคที่ทำให้เกิดการอักเสบในข้อเป็นระยะเวลานาน เช่น โรครูมาตอยด์หรือโรคเกาต์ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกระดูกใหม่ในบริเวณที่อักเสบ
  5. พันธุกรรม
    ผู้ที่มีพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายเป็นโรคข้อเสื่อมมีโอกาสสูงกว่าที่จะเกิดกระดูกงอกในช่วงอายุน้อยกว่าคนทั่วไป
  6. ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง (Poor Posture)
    การก้มหน้าดูโทรศัพท์หรือนั่งหลังงอเป็นเวลานานทำให้กระดูกสันหลังส่วนคอและเอวรับแรงกดผิดปกติ ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่การเกิดกระดูกงอกในบริเวณเหล่านั้นได้

 

กระดูกงอก อันตรายไหม

ความอันตรายของกระดูกงอกไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวปุ่มกระดูกโดยตรง แต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และการไปรบกวนอวัยวะข้างเคียง สามารถแบ่งระดับความรุนแรงได้ดังนี้

ระดับความรุนแรง

ลักษณะและอาการที่พบ

แนวทางการดูแล / รักษา

กรณีไม่อันตราย

ไม่มีอาการเจ็บปวด ตรวจพบโดยบังเอิญจากการเอกซเรย์ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ควรปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้งอกเพิ่ม

กรณีที่ต้องระวัง

กดทับเส้นประสาท: ปวดร้าว ชา อ่อนแรงตามแขน/ขา

กดทับไขสันหลัง: เดินเซ ควบคุมระบบขับถ่ายไม่ได้ (รุนแรง)

ขัดขวางข้อต่อ: ข้อติด หมุนหรือก้มเงยลำบาก

ระคายเคืองเนื้อเยื่อ: ทำลายเอ็นหรือถุงน้ำรอบข้อ

ควรพบแพทย์ทันที เพื่อกินยา ทำกายภาพบำบัด หรือพิจารณาผ่าตัด

 

อาการของกระดูกงอกผิดรูป

หากกระดูกงอกเริ่มส่งผลกระทบต่อร่างกาย มักแสดงอาการผ่านความเจ็บปวดและการทำงานของข้อต่อที่ลดลง โดยแบ่งตามลักษณะอาการและตำแหน่งได้ดังนี้

อาการทางกายทั่วไป:

  • ปวดเรื้อรังบริเวณที่เกิดกระดูกงอก โดยเฉพาะเมื่อขยับหรือใช้งาน
  • รู้สึกฝืดหรือแข็งข้อ โดยเฉพาะตอนเช้าหรือหลังนั่งนาน
  • บวมหรืออักเสบรอบ ๆ ข้อที่มีกระดูกงอก
  • คลำพบก้อนแข็งบริเวณข้อหรือส้นเท้า
  • ปวดร้าว ชา หรือเสียวซ่าลงแขนหรือขา (กรณีกดทับเส้นประสาท)
  • อ่อนแรงผิดปกติในแขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่ง

อาการเฉพาะตำแหน่ง:

  • กระดูกสันหลังส่วนคอ: ปวดต้นคอ ปวดร้าวลงไหล่และแขน ชานิ้วมือ
  • กระดูกสันหลังส่วนเอว: ปวดหลังล่าง ปวดร้าวลงขา 
  • ส้นเท้า: ปวดส้นเท้าอย่างรุนแรงเมื่อก้าวแรกในตอนเช้า
  • ข้อเข่า: เจ็บเมื่อขึ้นลงบันได งอเข่าได้ไม่เต็มที่

 

กระดูกงอกผิดรูป รักษาได้ไหม

กระดูกงอกสามารถรักษาและควบคุมอาการได้ โดยแพทย์จะเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงและผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (เหมาะกับกรณีส่วนใหญ่)

  • ยาแก้ปวดและต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น Ibuprofen หรือ Naproxen ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดในระยะสั้น แต่ไม่ได้กำจัดกระดูกงอก
  • กายภาพบำบัด การบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรงช่วยลดแรงกดที่กระดูกงอก และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว
  • การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ ลดการอักเสบในระยะสั้นสำหรับกรณีที่มีอาการปวดรุนแรง
  • การปรับน้ำหนักตัว การลดน้ำหนักช่วยลดแรงกดทับที่ข้อ
  • การใช้อุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองส้นเท้าหรืออุปกรณ์พยุงข้อ ช่วยกระจายแรงกดออกจากจุดที่มีกระดูกงอก

 

การผ่าตัด (สำหรับกรณีที่รุนแรง)

แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเมื่ออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบเบื้องต้น ไม่ว่าจะ การกินยา ฉีดยาลดอักเสบ หรือกายภาพบำบัดมากกว่า 3–6 เดือน หรือมีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน การผ่าตัดจะเอากระดูกงอกออกและอาจซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหายร่วมด้วย

ข้อควรรู้: การผ่าตัดเอากระดูกงอกออกไม่ได้แปลว่ากระดูกจะไม่งอกขึ้นมาใหม่อีก หากสาเหตุดั้งเดิม เช่น น้ำหนักเกิน ท่าทางไม่ถูกต้อง หรือข้อเสื่อม ยังไม่ได้รับการแก้ไข กระดูกงอกอาจกลับมาได้อีกในอนาคต

 

กินแคลเซียมเยอะ ทำให้กระดูกงอกจริงไหม

ความเชื่อที่ว่า “กินแคลเซียมมากเกินไปทำให้กระดูกงอก” เป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดที่แพร่หลายมากที่สุดเรื่องสุขภาพกระดูก

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์: กระดูกงอกเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายต่อภาวะข้อเสื่อมและแรงกดทับสะสม ไม่ใช่การที่แคลเซียมส่วนเกินไปสะสมเป็นปุ่มกระดูก แคลเซียมที่กินเข้าไปไม่ได้ไปงอกตามข้อต่าง ๆ โดยตรง

กระดูกงอกเกิดจากการกระตุ้นของเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblasts) บริเวณที่เกิดการอักเสบหรือได้รับแรงกด ซึ่งถูกควบคุมโดยสัญญาณทางชีววิทยา ไม่ใช่ปริมาณแคลเซียมในอาหาร

อย่างไรก็ตาม การกินแคลเซียมมากเกินไป แม้จะไม่ทำให้เกิดกระดูกงอก แต่อาจส่งผลเสียด้านอื่น เช่น การสะสมในหลอดเลือดและเนื้อเยื่ออ่อน ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง และความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต

 

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับกระดูกงอกและการกินแคลเซียมเสริม

การแยกแยะความจริงและความเชื่อเกี่ยวกับการดูแลกระดูก จะช่วยให้คุณปรับพฤติกรรมได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

 

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับกระดูกงอก

ความเชื่อ

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์

1. กระดูกงอกต้องผ่าตัดออกเสมอ

ไม่จริง ส่วนใหญ่ไม่มีอาการและไม่จำเป็นต้องผ่าตัด พิจารณาผ่าตัดเฉพาะเคสที่รุนแรงเท่านั้น

2. หยุดกินแคลเซียมแล้วกระดูกงอกจะหาย

ไม่จริง การหยุดแคลเซียมไม่ได้ทำให้กระดูกงอกลดลง และยังเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนในระยะยาว

3. กระดูกงอกเกิดได้เฉพาะในผู้สูงอายุ

ไม่จริง คนหนุ่มสาวที่มีน้ำหนักเกิน ใช้งานข้อหนัก หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่ดีก็สามารถเป็นได้

4. กระดูกงอกอันตรายร้ายแรงทุกกรณี

ไม่จริง อันตรายเฉพาะกรณีที่ปุ่มกระดูกไปกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังเท่านั้น

 

วิธีดูแลกระดูกและลดความเสี่ยงการเกิดกระดูกงอก

  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม: น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐานทุก 1 กิโลกรัม เพิ่มแรงกดที่ข้อเข่าประมาณ 3–4 กิโลกรัม การควบคุมน้ำหนักจึงเป็นมาตรการที่คุ้มค่าที่สุดในการปกป้องข้อ
  • ปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน: นั่งหลังตรง ไม่ก้มหน้าดูโทรศัพท์นานเกินไป และปรับความสูงของโต๊ะทำงานให้เหมาะสม เพื่อลดแรงกดที่สะสมที่กระดูกสันหลังส่วนคอและเอว
  • ออกกำลังกายเพื่อเสริมกล้ามเนื้อรอบข้อ: กล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยกระจายแรงกดออกจากข้อและลดการสึกหรอของกระดูกอ่อน การว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือโยคะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารข้อโดยไม่สร้างแรงกระแทก
  • กินแคลเซียมและวิตามินดีในปริมาณที่เหมาะสม: ไม่มากไม่น้อยเกินไป ผู้ใหญ่ควรได้รับแคลเซียมประมาณ 1,000–1,200 มก./วัน และวิตามินดี 600–800 IU/วัน เพื่อรักษาความหนาแน่นของกระดูกโดยไม่เกิดผลเสีย
  • ตรวจสุขภาพข้อและกระดูกตามวาระ: โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน มีประวัติครอบครัวเป็นโรคข้อเสื่อม หรือทำงานที่ต้องใช้งานข้อหนักเป็นประจำ การตรวจพบเร็วทำให้สามารถดูแลได้ก่อนที่อาการจะรุนแรง


เมดิก้า เซ็นเตอร์ คลินิกเพิ่มความสูง พร้อมดูแลโภชนาการและพัฒนาการการเติบโตอย่างตรงจุด

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังกังวลเรื่องพัฒนาการส่วนสูง การกินแคลเซียมหรือโภชนาการที่อาจไม่สมดุล ตลอดจนข้อสงสัยเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของลูกรัก การได้รับคำแนะนำและการดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ คือหัวใจสำคัญในการส่งเสริมส่วนสูงอย่างเต็มศักยภาพ

ที่ เมดิก้า เซ็นเตอร์ คลินิกเพิ่มความสูง เราพร้อมให้คำปรึกษา ประเมินโครงสร้างสรีระร่างกาย และวางแผนโปรแกรมดูแลโภชนาการเฉพาะบุคคล เพื่อปรับพฤติกรรม เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และส่งเสริมการเติบโตของลูกรักอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ให้คุณแม่มั่นใจในทุกขั้นตอนพัฒนาการ

 แหล่งอ้างอิง

  1. Cleveland Clinic (2026) Bone Spurs (Osteophytes): Causes, Symptoms & Treatment
  2. Metropolis India — Medical Reference (2026)
  3. Deuk Spine Institute (2026) Bone Spurs (Osteophytes): Causes, Symptoms, and Treatment Options
  4. Spine-Health (2019) Bone Spur Causes
  5. The Joint Chiropractic (2025) Comprehensive Guide to Bone Spurs (Osteophytes): Symptoms, Causes, and How to Find Relief
  6. PMC — Marianna University School of Medicine (2025)  Effects of Mechanical Stress on Bone and Cartilage Metabolism
  7. Active PT Solutions (2018)  Bone Spurs vs. Calcium Deposits
  8. Clínica El Geadi — Spain (2026)

 


อ่านรีวิวคอร์สเพิ่มความสูงของ “เมดิก้าเซ็นเตอร์” ได้ที่นี่

อยากสูง…ปรึกษาเราได้

เมดิก้า เซ็นเตอร์ (Medica Center) เพิ่มโอกาสสูง ปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและสูงขึ้นเห็นผลทันทีในครั้งแรก!! ที่ใช้เทคนิคการเพิ่มความสูงด้วยวิธีการทางการแพทย์ ไม่ต้องเข้าผ่าตัด แต่เป็นการเพิ่มความสูงด้วยการทำกายภาพ เมดิก้าเซ็นเตอร์ใช้หลักการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลักใหญ่ในการกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน รวมถึงการปรับโครงสร้างของร่างกายเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพให้สง่าและดูดี เพิ่มโอกาสสูงได้สูงสุดทันที 1-5 cm. ผลจริง ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ทุกขั้นตอนได้รับการดูแลและให้คำปรึกษาจากแพทย์และทีมงานผู้ชำนาญการประสบการณ์ด้านการปรับบุคลิกภาพเพิ่มโอกาสสูงมายาวนานมากกว่า 15 ปี สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงอายุที่เลยวัยพัฒนาการทางร่างกายแล้ว แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง ความปรารถนาที่จะมีส่วนสูงในฝันนั้นอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คุณคาดคิด

ที่ตั้ง : 2358 ชั้น 4 ถ.สุขุมวิท แขวง บางจาก เขต พระโขนง กรุงเทพ

 


เนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจ