กระดูกสันหลังคด vs หลังค่อม ต่างกันยังไง ? พร้อมแนวทางแก้หลังค่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด

อยากแก้หลังค่อมลูก ต้องรู้ก่อนว่ากระดูกสันหลังคด หรือหลังค่อม-เมดิก้าคลินิกความสูง

เมื่อเห็นลูกนั่งหลังงอ ไหล่งุ้ม หรือยืนแล้วดูบุคลิกไม่สง่างาม แถมดูตัวเล็กกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักคิดว่าแค่เตือนให้หมั่นยืดตัวเดี๋ยวก็หาย และมักเรียกอาการเหล่านี้รวม ๆ กันว่า “หลังค่อม” หรือ “กระดูกสันหลังคด” ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองภาวะนี้ต่างก็มีลักษณะ สาเหตุ และแนวทางการดูแลที่ไม่เหมือนกัน หากเข้าใจผิด อาจทำให้พลาดช่วงเวลาสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกได้เลยทีเดียว

บทความนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่แยกความแตกต่างของ “กระดูกสันหลังคด” และ “หลังค่อม” ได้อย่างเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำแนวทางแก้หลังค่อมในวัยรุ่นอย่างถูกวิธี โดยไม่ต้องผ่าตัด

กระดูกสันหลังคด vs หลังค่อม ต่างกันอย่างไร ?

การบอกความต่างระหว่าง “กระดูกสันหลังคด”  และ “หลังค่อม” ที่ทำให้รูปร่างผิดปกติและบุคลิกภาพเสีย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก เพราะทั้งสองภาวะมีสาเหตุ ระดับความรุนแรง และแนวทางการดูแลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากเข้าใจผิดก็อาจทำให้พลาดโอกาสในการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้ ซึ่งหัวใจสำคัญของการแยกสองภาวะนี้คือการมอง “ระนาบ” ของความโค้งที่ผิดปกตินั่นเอง

กระดูกสันหลังคด (Scoliosis)

คือภาวะที่กระดูกสันหลังมีความโค้ง “ในระนาบด้านข้าง” เหมือนตัวอักษร C หรือ S เมื่อมองจากด้านหน้าหรือด้านหลัง และมักมีการบิดหมุนของกระดูกสันหลังร่วมด้วย แพทย์จะวินิจฉัยภาวะกระดูกสันหลังคดจากภาพเอกซเรย์ โดยวัดมุมความโค้งของกระดูกสันหลังที่เรียกว่า Cobb Angle หากมีมุมความโค้งตั้งแต่ 10 องศาขึ้นไป จึงถือว่าเข้าข่ายภาวะกระดูกสันหลังคด ซึ่งระดับความรุนแรงจะเป็นตัวกำหนดแนวทางการรักษาในลำดับถัดไป

ลักษณะเฉพาะ

  • กระดูกสันหลังเอียงเป็นรูปตัว C หรือ S เมื่อมองจากด้านหลัง
  • ไหล่ไม่เท่ากัน สะบักข้างหนึ่งนูนกว่า
  • เอวสองข้างไม่เท่ากัน 
  • ตะโพกเอียง

ประเภทของกระดูกสันหลังคด

  • ชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Scoliosis) : พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะวัยรุ่นแบบที่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
  • ชนิดเป็นแต่กำเนิด (Congenital Scoliosis) : เกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลังตั้งแต่กำเนิด
  • ชนิดที่เกิดจากโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Scoliosis) : เกิดจาก โรคระบบประสาท เช่น สมองพิการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม (Degenerative Scoliosis) : เกิดในผู้ใหญ่จากข้อเสื่อม

สาเหตุหลักที่พบในเด็กและวัยรุ่น

  • ส่วนใหญ่เกิดเองโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มักสัมพันธ์กับช่วงโตเร็ว (Growth Spurt)
  • พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

หลังค่อม / หลังงุ้ม (Kyphosis/Postural Kyphosis)

คือภาวะที่กระดูกสันหลังส่วนบนหรือช่วงอกมีความโค้ง “ในระนาบด้านหน้า-หลัง” มากผิดปกติ ทำให้หลังดู งุ้ม โก่ง หรือค่อมเมื่อมองจากด้านข้าง

ลักษณะเฉพาะ

  • หลังโค้งมากผิดปกติ มองจากด้านข้างจะเห็นหลังงุ้ม
  • เกิดจาก ท่าทางผิด มากกว่าโครงสร้างกระดูก
  • ปรับให้ตรงได้เมื่อให้ “ดึงไหล่-ตั้งตัวตรง” (ต่างจากกระดูกคดที่แก้ด้วยท่าไม่ได้)

ประเภทของหลังค่อม

  • หลังค่อมจากบุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสม (Postural Kyphosis) : เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในวัยรุ่น โดยยังสามารถแก้ไขด้วยตนเองได้ มักเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่พ่อแม่มักมองข้าม เช่น
    • การนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน (Text Neck)
    • การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในท่าที่ไม่ถูกต้อง
    • การสะพายกระเป๋าที่หนักเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอและกล้ามเนื้อหน้าอกหดรั้ง
    • ข้อต่อหน้าอก กระดูกสันหลังตึง
    • โตเร็วแล้วควบคุมบุคลิกภาพไม่ได้
    • ความมั่นใจลดลง จึงอาจเผลอห่อไหล่ตัวโดยไม่รู้ตัวเป็นเวลานาน
  • โรคหลังค่อมในวัยรุ่น (Scheuermann’s Kyphosis) : เป็นความผิดปกติทางโครงสร้างที่ กระดูกสันหลังมีรูปร่างเป็นลิ่ม ทำให้หลังค่อมอย่างถาวรและไม่สามารถยืดให้ตรงได้เอง
    • แม้พยายามยืดหลัง ก็ไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้เต็มที่
    • แนวหลังช่วงอกมักดูเป็นมุมหรือโค้งชัดเจนกว่าปกติ
    • อาจมีอาการปวดหลังช่วงอก โดยเฉพาะเมื่อนั่งหรือยืนนาน
    • จำเป็นต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์และตรวจยืนยันด้วยภาพเอกซเรย์

ตารางสรุปความต่างของ กระดูกสันหลังคด vs หลังค่อม

ข้อแตกต่าง

กระดูกสันหลังคด
(Scoliosis)

หลังค่อม
(Kyphosis)

แนวการโค้ง

โค้งออกด้านข้าง (ซ้าย-ขวา) เป็นรูปตัว C หรือ S

โค้งไปด้านหลังมากผิดปกติ (หน้า-หลัง) ทำให้หลังงุ้ม

รูปร่างภายนอก

ไหล่เอียง, สะบักนูนข้างเดียว, เอวคอดไม่เท่ากัน

ไหล่ห่อ, คอยื่นไปข้างหน้า, หลังช่วงบนปูดนูน

เมื่อก้มตัวแตะเท้า
(Adams Test)

หลังจะนูนไม่เท่ากัน (มีข้างหนึ่งสูงกว่า)

หลังจะโค้งมนสมมาตรทั้งสองข้าง

การยืดตัว

ไม่สามารถยืดให้ตรงได้เอง
(เป็นที่โครงสร้าง)

สามารถยืดหลังตรงได้ ถ้าตั้งใจเกร็งหรือดึงไหล่

สาเหตุหลัก

มักไม่ทราบสาเหตุ หรือกรรมพันธุ์

มักเกิดจากพฤติกรรม เช่น นั่งผิดท่า ติดมือถือ

เช็กให้ชัวร์ ลูกเราอาจแค่หลังค่อม ยังไม่ใช่กระดูกคด

ก่อนจะกังวลไปไกล พ่อแม่สามารถเริ่มจากการสังเกตและตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง การตรวจเหล่านี้ไม่ได้ใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ แต่ช่วยบอกได้ว่าลูกมีแนวโน้มเป็น “หลังค่อมจากท่าทาง” หรือควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันภาวะ “กระดูกสันหลังคด”

Adam’s Forward Bend Test (ท่าก้มตรวจสันหลัง)

การก้มตรวจสันหลัง หรือ Adam’s Forward Bend Test เป็นวิธีคัดกรองภาวะกระดูกสันหลังคดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เพราะสามารถช่วยให้เห็นความไม่สมมาตรของหลังได้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ เหมาะสำหรับการสังเกตเบื้องต้นที่พ่อแม่สามารถทำร่วมกับลูกได้ที่บ้าน

วิธีทำ : ให้เด็กยืนตัวตรง เท้าชิด แล้วค่อย ๆ ก้มตัวช้า ๆ ให้แขนห้อยลงตามแรงโน้มถ่วงเหมือนกําลังจะแตะ ปลายเท้า และผู้ปกครองสังเกตจากด้านหลัง

  • อาการต้องสงสัยกระดูกสันหลังคด :

    • แผ่นหลังทั้งสองข้างจะนูนสูงไม่เท่ากัน มีข้างใดข้างหนึ่งนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด (เรียกว่า Rib Hump)
    • ด้านหลังมี “ปุ่มปูด” ข้างหนึ่งเวลาก้ม
    • เอวเอียงหรือไม่สมดุลอย่างชัดเจน
  • วิธีสังเกตหลังค่อมจากบุคลิกภาพ : แผ่นหลังจะมีความโค้งมนสมมาตรกันทั้งสองข้าง ไม่มีด้านใดนูนสูงกว่าอีกด้าน
  • ข้อควรระวัง : การตรวจคัดกรองเหล่านี้เป็นเพียงการสังเกตเบื้องต้นเท่านั้น หากลูกมีอาการปวดหลังรุนแรง ชา อ่อนแรง หรือเวียนหัวขณะก้ม ไม่ควรฝืนตรวจเอง ควรหยุดและพาลูกไปพบแพทย์ทันที

สังเกตจากด้านข้าง (Posture Observation)

นอกจากการก้มตรวจจากด้านหลังแล้ว การมองจาก “ด้านข้าง” ก็เป็นอีกวิธีสำคัญที่ช่วยแยกภาวะหลังค่อมออกจากกระดูกสันหลังคดได้ง่าย เพราะหลังค่อมจะเห็นความผิดปกติของแนวศีรษะ ไหล่ และหลังส่วนบนได้ชัดเจนที่สุดเมื่อมองในระนาบนี้

วิธีทำ : ให้เด็กยืนตัวตรงนิ่ง ๆ แล้วสังเกตมองจากด้านข้าง

  • ถ้าหลังโค้งมากและศีรษะยื่นออกหน้า ผลที่บ่งชี้ว่าหลังค่อม
  • ถ้าไหล่เอียงแต่โค้งด้านข้างปกติ ผลที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นกระดูกคด

สัญญาณร่วมอื่น ๆ 

ในบางกรณี การตรวจเพียงท่าเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการสังเกตสัญญาณร่วมจากพฤติกรรมและท่าทางในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้พ่อแม่แยกได้ชัดขึ้นว่าลูกมีแนวโน้มเป็น “หลังค่อมจากท่าทาง” หรือควรได้รับการประเมินภาวะกระดูกสันหลังคดเพิ่มเติม

  • ถ้าบอกให้ “ตั้งหลังตรง” แล้วทำได้ ผลที่บ่งชี้ว่าหลังค่อม
  • ถ้าตั้งตรงแค่ไหนก็ยังดูเบี้ยว ผลที่บ่งชี้ว่ากระดูกคด
  • สะพายกระเป๋าหนักเพียงข้างใดข้างหนึ่ง ทําให้ดูตัวเอียงบางเวลา ไม่ใช่กระดูกคดจริง

วิธีแก้หลังค่อมในวัยรุ่น โดยไม่ต้องผ่าตัด

ข่าวดีคือภาวะหลังค่อมในวัยรุ่นส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมและท่าทางในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความผิดปกติของโครงสร้างกระดูก หากเริ่มแก้ไขตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถฟื้นฟูให้หลังตรง บุคลิกดีขึ้น และลดผลกระทบต่อการเจริญเติบโตได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ด้วยวิธีต่อไปนี้

กายภาพบำบัดเฉพาะทาง (Postural Physical Therapy)

  • ฝึกกล้ามเนื้อหลัง ไหล่ให้แข็งแรง
  • ยืดกล้ามเนื้อส่วนหน้าอกและข้อต่อทรวงอก
  • สอนท่าออกกำลังกายเฉพาะ เช่น Scapular retraction, Thoracic extension เพื่อสร้างความ แข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อหลังส่วนบน
  • ผลลัพธ์ที่เห็นได้: หลังตรงขึ้น บุคลิกดีขึ้น เหมาะกับช่วงวัยรุ่นที่กำลังโต ช่วยลดอาการปวดจากการ เรียนและใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

การปรับสมดุลโครงสร้าง (Structural Correction)

เป็นโปรแกรมที่มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น กล้ามเนื้อหน้าอกที่ตึงรั้ง กล้ามเนื้อหลังส่วนบนที่อ่อนแรง หรือการทำงานของสะบักที่ไม่สัมพันธ์กัน เพื่อให้ร่างกายกลับมาอยู่ในแนวที่ถูกต้องอย่างเป็นธรรมชาติไม่กลับไปหลังค่อมอีก

การใส่เสื้อดัดหลัง (Posture Corrector)

เสื้อดัดหลัง (Posture Corrector) เป็นอุปกรณ์ช่วยพยุงท่าทางที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเตือนให้ผู้สวมใส่ตั้งหลังตรง ลดอาการไหล่งุ้มและหลังงอจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยมักนิยมใช้ในกลุ่มวัยรุ่นหรือผู้ที่มีภาวะหลังค่อมจากท่าทาง (Postural Kyphosis) อย่างไรก็ตาม เสื้อดัดหลังไม่ใช่อุปกรณ์รักษาความผิดปกติของโครงสร้างกระดูก และควรใช้อย่างถูกวิธีจึงจะเกิดประโยชน์ 

  • ข้อดี : ทำหน้าที่เหมือนเครื่องเตือนใจ เมื่อเราเริ่มงอตัว เสื้อจะดึงรั้งให้เรา รู้สึกตัวและยืดตัวตรงขึ้น เหมาะสําหรับใส่ช่วงสั้น ๆ (ประมาณ 15-30 นาที) ขณะนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ
  • ข้อเสีย : หากใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อหลังยิ่งอ่อนแอลง (Muscle Atrophy) เพราะร่างกายจะเคยชินกับการมีอุปกรณ์พยุงตลอดเวลา และไม่ได้ออกแรงด้วยตัวเอง การใส่เสื้อดัด หลังยังแก้ได้เฉพาะ “พฤติกรรม” ไม่แก้โครงสร้าง 

การเข้าโปรแกรมปรับบุคลิกภาพ

เป็นแนวทางที่ครอบคลุมและได้ผลดีในระยะยาว โดยมีผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด โปรแกรมลักษณะนี้จะเน้นการฝึกท่าทางเฉพาะบุคคล เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง-ไหล่ ปรับความ สมดุลกระดูกเชิงกราน สร้างบุคลิกภาพใหม่ด้วยการใช้อุปกรณ์เสริมที่ออกแบบเฉพาะ

แก้หลังค่อมช่วยเพิ่มความสูงจริงไหม ?

คำตอบคือ จริง การปรับบุคลิกภาพสามารถ ปลดล็อกความสูงที่ซ่อนอยู่ (Hidden Height) เมื่อหลังที่เคยงุ้ม ค่อมถูกยืดให้ตรงขึ้นแนวกระดูกสันหลังจะเรียงตัวในแนวที่เหมาะสม ทำให้ความยาวของลำตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความสูงโดยรวมเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเป็นความสูงที่ซ่อนอยู่ภายใต้บุคลิกภาพที่ไม่ดี

ตัวอย่างผลลัพธ์จากโปรแกรมยืนตรงขึ้นทันที สูงขึ้น 1-3 ซม. ในเด็กที่หลังค่อมมาก ช่วยเพิ่มความมั่นใจขึ้น อย่างชัดเจนเวลาไปโรงเรียนหรือทำกิจกรรม

ทั้งนี้ ความสูงที่เพิ่มขึ้นจากการปรับบุคลิกภาพ ไม่ใช่การยืดความยาวของกระดูก แต่เป็นการจัดแนวกระดูกสันหลังให้ตรงขึ้น ทำให้ลำตัวคลายการยุบตัว ผลลัพธ์จึงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และควรประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อความเหมาะสม

สัญญาณที่บอกว่าต้องพาลูกมาพบแพทย์

แม้ว่าภาวะหลังค่อม โดยปกติจะสามารถแก้ไขได้โดยการปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ไม่ต้องผ่าตัด แต่หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ก็ไม่ควรฝืนพยายามแก้ไขด้วยตนเอง ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินอย่างละเอียด

  • หลังเบี้ยวหรือสะบักไม่เท่ากันเวลายืนหรือก้มอย่างชัดเจน อาจบ่งชี้กระดูกสันหลังคด ซึ่งยิ่งรักษาเร็วยิ่งได้ผลดี
  • ปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะหลังเรียนหรือเล่นกีฬา พบได้ทั้งจากหลังค่อมและกระดูกคด ควรประเมินว่ามีปัญหาโครงสร้างหรือไม่
  • สูงขึ้นช้าผิดปกติ ดูเตี้ยลงเพราะหลังงอมาก อาจเสีย Hidden Height หรือเกิดความผิดรูปของสันหลัง
  • การหายใจเหนื่อยง่ายผิดปกติ ในกรณีที่คดหรือค่อมรุนแรงอาจกระทบการขยายตัวของทรวงอก
  • เด็กพยายามตั้งหลังตรงแต่ทําไม่ได้ บ่งชี้ถึงปัญหาโครงสร้างไม่ใช่แค่ท่าทาง
  • ครูหรือคนรอบข้างทักเรื่องบุคลิกซ้ำหลายครั้ง เป็นสัญญาณที่ไม่ควรละเลย เพราะภาวะหลังค่อมจะ ชัดเจนขึ้นเมื่อเด็กโต
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นกระดูกสันหลังคด โอกาสเกิดสูงขึ้นในลูก ควรตรวจตั้งแต่วัยเรียน

แก้หลังค่อมเราก็สามารถดูแลได้ด้วยตนเอง ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าลูกจะเป็นกระดูกสันหลังคดหรือแค่หลังค่อมจากพฤติกรรม “การรู้เร็ว” คือกุญแจสำคัญที่สุด หากเป็นแค่หลังค่อมการปรับบุคลิกภาพจะช่วยคืนความสูงและความมั่นใจให้ลูกได้ทันที แต่หากเป็นกระดูกสันหลังคด การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันความรุนแรงในอนาคต

ดังนั้นอย่าปล่อยให้บุคลิกภาพที่ดีของลูกหายไป และโดนขโมยความสูงที่แท้จริง เพียงเพราะความเข้าใจผิด มาเริ่มเช็กและรับมือให้ถูกวิธี เพื่อคืนความสง่างามและความสูงสมวัยให้ลูกรัก

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มั่นใจว่าลูกเป็นแค่หลังค่อมหรือกระดูกสันหลังคด ที่ Medica Center เพิ่มความสูง เราพร้อมประเมินโครงสร้างอย่างละเอียด และโปรแกรมปรับบุคลิกภาพเฉพาะบุคคลที่ช่วยคืนความมั่นใจและความสูงให้ลูกคุณได้ ปรึกษาเราวันนี้ เพื่อบุคลิกภาพที่ดีในวันหน้า

แหล่งอ้างอิง : 

  1. Weinstein SL, Dolan LA, Wright JG, Dobbs MB. Effects of bracing in adolescents with idiopathic scoliosis. N Engl J Med. 2013;369:1512–1521.
  2. Cheng JC, Castelein RM, et al. Adolescent idiopathic scoliosis – epidemiology and etiology. Nat Rev Dis Primers. 2015;1:15030.
  3. Kado DM, et al. Kyphosis and health outcomes: overview of the evidence. J Gerontol A Biol Sci Med Sci. 2007;62(8):860–866.
  4. Negrini S, Donzelli S, et al. 2016 SOSORT Guidelines: Orthopaedic and Rehabilitation Treatment of Idiopathic Scoliosis. Scoliosis and Spinal Disorders. 2018.
  5. Katzman WB, Vittinghoff E, et al. Muscle strengthening improves thoracic kyphosis in older adults: a randomized trial. J Gerontol A Biol Sci Med Sci. 2017.
  6. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Idiopathic Scoliosis – Diagnosis & Treatment Guidelines.
  7. Scoliosis Research Society (SRS). Screening, Bracing & Non-Surgical Care Recommendations.
  8. American Physical Therapy Association (APTA). Postural Dysfunction and Adolescent Posture Guidelines.
  9. NHS UK. Kyphosis – Symptoms, Causes & Treatment.
  10. Royal Children’s Hospital Clinical Guidelines. Posture, Back Pain and Scoliosis in Children.
  11. Herring JA. Tachdjian’s Pediatric Orthopaedics, 6th ed. (ข้อความเกี่ยวกับ scoliosis,

kyphosis, posture abnormalities)

12. Weinstein SL & Ryerson LM. The Pediatric Spine. (กลไกการคดและการคัดกรองด้วย Adam’s Forward Bend Test)

 


อ่านรีวิวคอร์สเพิ่มความสูงของ “เมดิก้าเซ็นเตอร์” ได้ที่นี่

อยากสูง…ปรึกษาเราได้

เมดิก้า เซ็นเตอร์ (Medica Center) เพิ่มโอกาสสูง ปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและสูงขึ้นเห็นผลทันทีในครั้งแรก!! ที่ใช้เทคนิคการเพิ่มความสูงด้วยวิธีการทางการแพทย์ ไม่ต้องเข้าผ่าตัด แต่เป็นการเพิ่มความสูงด้วยการทำกายภาพ เมดิก้าเซ็นเตอร์ใช้หลักการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลักใหญ่ในการกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน รวมถึงการปรับโครงสร้างของร่างกายเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพให้สง่าและดูดี เพิ่มโอกาสสูงได้สูงสุดทันที 1-5 cm. ผลจริง ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ทุกขั้นตอนได้รับการดูแลและให้คำปรึกษาจากแพทย์และทีมงานผู้ชำนาญการประสบการณ์ด้านการปรับบุคลิกภาพเพิ่มโอกาสสูงมายาวนานมากกว่า 15 ปี สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงอายุที่เลยวัยพัฒนาการทางร่างกายแล้ว แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง ความปรารถนาที่จะมีส่วนสูงในฝันนั้นอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คุณคาดคิด

ที่ตั้ง : 2358 ชั้น 4 ถ.สุขุมวิท แขวง บางจาก เขต พระโขนง กรุงเทพ

 


เนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจ