นอนเยอะเกินไปดีไหม ? มาดู 5 ข้อที่พ่อแม่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการนอนลูก

นอนเยอะเกินไปดีไหม? พ่อแม่มักเข้าใจผิด-เมดิก้าคลินิกความสูง

กินให้อิ่ม นอนให้หลับ คือคำสอนพื้นฐานที่เราได้ยินกันมาตลอด พ่อแม่หลายท่านจึงพยายามเคี่ยวเข็ญให้ลูกนอนเยอะ ๆ เพราะเชื่อว่ายิ่งนอนนานเท่าไหร่ ลูกยิ่งโตไวและฉลาดมากขึ้นเท่านั้น แต่เคยสังเกตกันหรือไม่ว่าบางครั้งลูกนอนมากเกินไป แถมตื่นสายโด่ง แต่กลับยังดูงัวเงีย ไม่สดชื่น หรือพัฒนาการด้านความสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์

ในความจริงแล้ว ปริมาณชั่วโมงการนอนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่คุณภาพและช่วงเวลาต่างหากที่สำคัญ วันนี้ เมดิก้า เซ็นเตอร์ จะพาไปหาคำตอบว่าลูกนอนเยอะเกินไปดีไหม ? และความเชื่อที่พ่อแม่มักเข้าใจผิด ที่อาจกำลังขัดขวางการเจริญเติบโตของลูกโดยไม่รู้ตัว

Golden Time คืออะไร ทำไมพ่อแม่ต้องรู้ ?

Golden Time คือช่วงเวลาหลับลึกที่ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ออกมามากที่สุด ซึ่งสำคัญต่อทั้งการเจริญเติบโตของกระดูก กล้ามเนื้อ ระบบภูมิคุ้มกัน และการซ่อมแซมร่างกาย โดยช่วง Golden Time ของเด็กจะอยู่ช่วงเวลา 22.00-02.00 น.

เด็กที่เข้าสู่การหลับลึกในช่วงนี้ได้ดี ก็จะมีคุณภาพการนอนที่สูงกว่า และเติบโตได้ดีกว่าเด็กที่นอนดึกถึงแม้จะนอนครบจำนวนชั่วโมงก็ตาม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเข้านอนให้เร็วและหลับลึกในช่วงเวลาที่ถูกต้อง สำคัญยิ่งกว่าการนอนนานเพียงอย่างเดียว

ลูกนอนเยอะเกินไป เกิดจากอะไร แก้ไขยังไง

การนอนเยอะเกินไปในเด็กและวัยรุ่น อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งพ่อแม่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะถ้าเด็กดูง่วงมากกว่าปกติ ไม่สดชื่น หรือขาดสมาธิ แม้จะนอนครบ 8 ชั่วโมงก็ตาม

สาเหตุที่ทำให้เด็กนอนเยอะเกินไป

หากสังเกตว่าลูกนอนเยอะผิดปกติ เช่น นอนวันละ 10-12 ชั่วโมงขึ้นไปในเด็กโต แต่ตื่นมายังดูเพลีย ไม่สดใส หรือเรียนไม่รู้เรื่อง สาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • คุณภาพการนอนแย่ : เช่น นอนกรน ขยับขาขณะหลับ หรือห้องนอนไม่เหมาะสม ทำให้ร่างกายโหยหาการพักผ่อนเพิ่ม
  • ปัญหาทางใจ : ภาวะซึมเศร้า หรือความเครียดในเด็กวัยรุ่น อาจทำให้เด็กเก็บตัวและนอนเยอะผิดปกติ
  • ขาดกิจกรรมทางกาย : เด็กที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ร่างกายจะไม่ตื่นตัวและรู้สึกง่วงซึมตลอดเวลา

แนวทางแก้ไข เมื่อลูกนอนเยอะผิดปกติ

  • ปรับเวลานอนให้สม่ำเสมอแม้วันหยุด 
  • เน้นให้เข้านอนช่วงไม่เกิน 21.00 น.
  • งดหน้าจอ (ทีวี/มือถือ) ก่อนนอนอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง
  • จัดห้องนอนให้มืดสนิท อุณหภูมิ 24-26 องศา
  • สังเกตภาวะผิดปกติ เช่น กรน นอนสะดุ้งบ่อย
  • เพิ่มโภชนาการที่ช่วยลดความเหนื่อยล้า เช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน วิตามินบี
  • ชวนลูกออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเล่นกีฬา ให้สอดคล้องนาฬิกาชีวิต

หากลูกยังง่วงมากผิดปกติแม้นอนเยอะแล้ว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และปรับพฤติกรรมต่อไป

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการนอนของเด็ก

เพื่อให้ลูกได้รับประโยชน์จากการนอนเต็มที่ พ่อแม่ต้องลบล้างความเชื่อเดิม ๆ และทำความเข้าใจใหม่ ดังนี้

นอนดึกได้ ถ้าครบ 8 ชั่วโมง

ถือว่า ผิดมหันต์ เพราะการนอนครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ได้หมายความว่าลูกนอนอย่างมีคุณภาพ หากพลาดช่วง Golden Time ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone น้อยลง ส่งผลให้ส่วนสูงอาจไม่ถึงเกณฑ์ ตัวเล็กกว่าเพื่อน ศักยภาพบางอย่างถดถอย เหนื่อยล้า และเรียนรู้ได้ช้าลง กล่าวคือนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ของคนเราสัมพันธ์กับแสงอาทิตย์ การนอนผิดเวลาจะทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนนั่นเอง

เปิดไฟนอนช่วยให้ลูกไม่กลัว

แสงจากหลอดไฟ โดยเฉพาะแสงสีขาว หรือมือถือ นับเป็นศัตรูตัวฉกาจที่จะไปรบกวนการหลั่งเมลาโทนิน (Melatonin) หรือฮอร์โมนควบคุมวงจรการหลับ-ตื่น จึงทำให้ลูกหลับยาก หลับไม่สนิท และอาจตื่นบ่อยกลางดึก ส่งผลให้ตื่นมาแล้วยังเพลีย ไม่สดชื่น หากจะต้องเปิดไฟทิ้งไว้จริง ๆ ควรเลือกใช้ไฟสลัวสีส้มอ่อน ๆ หรือฝึกให้ลูกนอนในที่มืดสนิทอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ลูกนอนกรน = หลับสนิท

เสียงกรนไม่ใช่สัญญาณของการหลับลึก หรือการนอนที่ดีแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะในเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม แต่เป็นสัญญาณอันตรายของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ที่ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้สมองต้องปลุกตัวเองตื่นตัวตลอดเวลา ลูกจึงไม่ได้หลับลึกจริง ๆ และเสี่ยงต่อภาวะตัวเตี้ย รวมถึงอาจมีผลต่อสมาธิ IQ และการเจริญเติบโตหากปล่อยไว้นาน

นอนชดเชยเยอะ ๆ ในวันหยุดช่วยได้

วันธรรมดานอนน้อย นอนดึก ในวันเสาร์-อาทิตย์ ก็เลยนอนเยอะเกินไปเพื่อชดเชย การทำแบบนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตที่ดีของลูก แต่จะทำให้เกิดภาวะ Social Jetlag หรืออาการเมาเวลาทางสังคม โดยร่างกายจะสับสนเวลานอน และเวลาตื่น ยิ่งทำให้คืนวันอาทิตย์นอนไม่หลับ และตื่นไปโรงเรียนวันจันทร์ด้วยความอ่อนเพลียกว่าเดิม

กินให้อิ่มก่อนนอน จะได้หลับสบาย

หลายบ้านอาจเข้าใจว่าการให้ลูกกินมื้อดึกหนัก ๆ หรือดื่มนมขวดโตแล้วนอนทันทีจะช่วยให้หลับง่าย หลับดีมีคุณภาพ แต่ที่จริงแล้วส่งผลตรงกันข้ามเลยทีเดียว

เพราะการที่ท้องอิ่มเกินไปทำให้เลือดไหลไปที่กระเพาะอาหารมากขึ้น ระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนัก จึงเป็นสาเหตุให้หลับไม่สนิท และเสี่ยงต่อกรดไหลย้อน ทำให้ลูกนอนกระสับกระส่าย ไม่สบายตัว รวมถึงไม่เข้าสู่ภาวะหลับลึก และอาจพลาดช่วง Golden Time ก็เป็นได้ ดังนั้นจึงควรให้ลูกกินมื้อเย็นห่างจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงน้ำตาลสูง หรือของทอดก่อนเข้านอน

เมดิก้า เซ็นเตอร์ พร้อมดูแลปัญหาการนอน และการเจริญเติบโตของเด็ก

การนอนหลับที่มีคุณภาพ คือรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากคุณพ่อคุณแม่กังวลว่าลูกมีปัญหาเรื่องการนอน เช่น นอนกรน นอนดิ้น นอนเยอะเกินไป แต่ตัวสูงไม่ทันเพื่อน หรือกราฟการเจริญเติบโตเริ่มหยุดชะงัก มีอาการซึม ไม่สดใส

ที่ Medica Center เพิ่มความสูง เราไม่ได้ดูแลแค่เรื่องกระดูก แต่เรามองภาพรวมของการเติบโตแบบองค์รวม พร้อมให้คำปรึกษา ประเมินศักยภาพร่างกาย เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการดูแลที่เหมาะสม ทั้งเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย และปรับพฤติกรรมการนอน เพื่อให้ลูกของคุณเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ตามวัย

 


อ่านรีวิวคอร์สเพิ่มความสูงของ “เมดิก้าเซ็นเตอร์” ได้ที่นี่

อยากสูง…ปรึกษาเราได้

เมดิก้า เซ็นเตอร์ (Medica Center) เพิ่มโอกาสสูง ปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและสูงขึ้นเห็นผลทันทีในครั้งแรก!! ที่ใช้เทคนิคการเพิ่มความสูงด้วยวิธีการทางการแพทย์ ไม่ต้องเข้าผ่าตัด แต่เป็นการเพิ่มความสูงด้วยการทำกายภาพ เมดิก้าเซ็นเตอร์ใช้หลักการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลักใหญ่ในการกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน รวมถึงการปรับโครงสร้างของร่างกายเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพให้สง่าและดูดี เพิ่มโอกาสสูงได้สูงสุดทันที 1-5 cm. ผลจริง ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ทุกขั้นตอนได้รับการดูแลและให้คำปรึกษาจากแพทย์และทีมงานผู้ชำนาญการประสบการณ์ด้านการปรับบุคลิกภาพเพิ่มโอกาสสูงมายาวนานมากกว่า 15 ปี สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงอายุที่เลยวัยพัฒนาการทางร่างกายแล้ว แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง ความปรารถนาที่จะมีส่วนสูงในฝันนั้นอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คุณคาดคิด

ที่ตั้ง : 2358 ชั้น 4 ถ.สุขุมวิท แขวง บางจาก เขต พระโขนง กรุงเทพ

 


เนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจ