การเฝ้าดูลูกน้อยเติบโตเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับพ่อแม่ทุกคน แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากลูกสาวของคุณเริ่มมีพัฒนาการทางร่างกายที่รวดเร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกัน? เช่น การมีหน้าอกหรือมีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ภาวะเป็นสาวก่อนวัย” ซึ่งมักมีความเชื่อมโยงกับการทำงานของ “ต่อมไร้ท่อผิดปกติ” คำถามสำคัญที่ตามมาคือ ภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อความสูงของเด็กในอนาคตจริงหรือไม่ บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบอย่างละเอียดในทุกแง่มุม
ต่อมไร้ท่อผิดปกติคืออะไร
ระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine system) คือเครือข่ายของต่อมต่าง ๆ ในร่างกายที่ทำหน้าที่ผลิตและหลั่งสารเคมีที่เรียกว่า “ฮอร์โมน” เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ฮอร์โมนเหล่านี้เปรียบเสมือนผู้ส่งสารที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ตั้งแต่การเจริญเติบโต การเผาผลาญ ไปจนถึงการเข้าสู่วัยหนุ่มสาว
ต่อมไร้ท่อที่สำคัญต่อการเข้าสู่วัยสาว ได้แก่
- ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland): เปรียบเสมือนนายใหญ่ที่ควบคุมต่อมอื่น ๆ เป็นต่อมขนาดเล็กประมาณเม็ดถั่ว ตั้งอยู่ที่ฐานสมองกลางศีรษะ ใกล้กับหลังสันจมูกและหลังดวงตา
- ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus): โครงสร้างขนาดเล็กของสมองที่อยู่ใต้ทาลามัส (thalamus) และเหนือก้านสมอง ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานของระบบประสาทกับระบบต่อมไร้ท่อ ไฮโปทาลามัสมีบทบาทสำคัญในการควบคุมกระบวนการทางร่างกายต่าง ๆ เป็นส่วนของสมองที่สั่งการต่อมใต้สมอง เช่น อุณหภูมิร่างกาย ความหิว ความกระหายน้ำ
- รังไข่ (Ovaries): ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง)
ดังนั้น ต่อมไร้ท่อผิดปกติ (Endocrine Disorders) จึงเป็นภาวะที่ต่อมไร้ท่อต่าง ๆ เช่น ไทรอยด์ ต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต รังไข่ อัณฑะ เหล่านี้ผลิตฮอร์โมนมากหรือน้อยเกินไป หรือมีการส่งสัญญาณผิดปกติ ส่งผลต่อการเจริญเติบโต เมตาบอลิซึม การสืบพันธุ์ และอารมณ์ โดยเฉพาะในเด็กความผิดปกติของแกนไฮโปทาลามัส ต่อมใต้สมอง ต่อมเพศ อาจนำไปสู่ภาวะเป็นสาวก่อนวัย
ภาวะเป็นสาวก่อนวัยคืออะไร
ภาวะเป็นสาวก่อนวัย (Precocious Puberty) หมายถึงการที่ร่างกายเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงหรือเด็กโตเร็วกว่าปกติ เด็กหญิงเริ่มมีลักษณะของวัยสาวก่อนอายุ 8 ปีและในเด็กชายจะก่อนอายุ 9 ปี
สาเหตุหลักของภาวะเป็นสาวก่อนวัย
โดยมีสาเหตุหลักแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
ภาวะเป็นสาวก่อนวัยชนิดพึ่งพาโกนาโดโทรปิน (Central Precocious Puberty หรือ CPP) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดประมาณ 80-90% เกิดจากสมองส่วนไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมอง สั่งการให้เริ่มกระบวนการเข้าสู่วัยสาวเร็วเกินไป ในเด็กหญิงส่วนใหญ่มักไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน (Idiopathic) แต่ในบางรายอาจเกิดจากเนื้องอกในสมอง การติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บที่สมอง
ภาวะเป็นสาวก่อนวัยชนิดไม่พึ่งพาโกนาโดโทรปิน (Peripheral Precocious Puberty หรือ PPP) เป็นชนิดที่พบได้น้อยกว่า สาเหตุไม่ได้เกิดจากการสั่งการของสมอง แต่เกิดจากความผิดปกติที่อวัยวะอื่น เช่น รังไข่ หรือต่อมหมวกไต ที่ผลิตฮอร์โมนเพศออกมาเอง เช่น มีซีสต์หรือเนื้องอกที่รังไข่ หรืออาจเกิดจากการได้รับฮอร์โมนจากภายนอกร่างกาย เช่น การสัมผัสครีมที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเอสโตรเจน
อาการและสัญญาณเตือนหากต่อมไร้ท่อผิดปกติ
ในเด็กหญิงจะเริ่มมีเต้านมโตก่อนวัย ขนหัวหน่าว รักแร้ สิว กลิ่นตัว มีการโตเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือประจำเดือนมาก่อนอายุ 8 ปี
ส่วนเด็กชาย ลูกอัณฑะ อวัยวะเพศโตเร็ว ขนหัวหน่าว เสียงแตกก่อนอายุ 9 ปี การโตเร็วผิดปกติ (Growth Spurt) และ อายุหลังกระดูก (Bone Age) นำหน้าอายุจริง
นอกจากนี้อาการชี้นำโรคอย่างปวดศีรษะ ตามัว อาการไทรอยด์ต่ำมาก สัญญาณต่อมหมวกไตผิดปกติ ฯลฯ เด็กที่มีสัญญาณเหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 4–6 เดือน ควรส่งต่อกุมารแพทย์ต่อมไร้ท่ออย่างเร่งด่วน
ค่าตรวจเป็นสาวก่อนวัย ผลตรวจแสดงถึงอะไร?
ค่าตรวจเป็นสาวก่อนวัย ผลการตรวจจะชี้วัดว่าร่างกายของเด็กหญิงเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าปกติหรือไม่ โดยการประเมินประกอบด้วยวิเคราะห์จากประวัติ ตรวจร่างกาย ดูกราฟส่วนสูง-น้ำหนัก และตรวจเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ดังนี้
- การเอกซเรย์อายุกระดูก (Bone Age X-ray) : เป็นการเอกซเรย์กระดูกข้อมือและฝ่ามือเพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของกระดูกกับอายุจริง
ผลตรวจบ่งบอกว่า : ในเด็กที่เป็นสาวก่อนวัย อายุกระดูกจะล้ำหน้าอายุจริง เช่น เด็กหญิงอายุ 7 ปี แต่อายุกระดูกอาจเท่ากับเด็กอายุ 9-10 ปี นี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาวะนี้ส่งผลต่อความสูงโดยตรง เนื่องจากฮอร์โมนเพศจะเร่งให้กระดูกเติบโตเร็วและทำให้กระดูกปิด (Growth Plate Fusion) เร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ระยะเวลาที่ร่างกายจะสูงได้สั้นลง และทำให้ความสูงเมื่อเป็นผู้ใหญ่เตี้ยกว่าที่ควรจะเป็นตามขีดความสามารถสูงสุดที่บุคคลหนึ่งสามารถพัฒนาได้ตามที่กำหนดโดยพันธุกรรมจากพ่อแม่ (ศักยภาพกรรมพันธุ์)
- การตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน (Hormone Levels) : การตรวจวัดระดับฮอร์โมนหลักในการควบคุมระบบสืบพันธุ์หรือ LH (Luteinizing Hormone), ฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างไข่หรือ FSH (Follicle-Stimulating Hormone) และฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่งอย่าง Estradiol ซึ่งอยู่ในกลุ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน
ผลตรวจบอกว่า : หากระดับฮอร์โมนเหล่านี้สูงเกินเกณฑ์ของเด็กในวัยนั้นจะเป็นการยืนยันว่าร่างกายได้เข้าสู่กระบวนการวัยสาวแล้ว
- การทดสอบ GnRH Stimulation Test : เป็นการฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์ (GnRH) แล้วเจาะเลือดวัดระดับฮอร์โมน LH เป็นระยะๆ
ผลตรวจบอกว่า : เป็นการตรวจมาตรฐานเพื่อแยกประเภทของภาวะเป็นสาวก่อนวัย หากระดับฮอร์โมน LH พุ่งสูงขึ้นหลังการกระตุ้น แสดงว่าเป็นชนิดที่เกิดจากสมองสั่งการ (CPP)
- การทำอัลตราซาวด์และ MRI : โดยการอัลตราซาวด์อุ้งเชิงกรานเพื่อดูขนาดของมดลูกและรังไข่ และตรวจหาความผิดปกติ เช่น ซีสต์หรือเนื้องอก ส่วนการทำ MRI สมอง จะทำในกรณีที่สงสัยว่าเป็นชนิด CPP เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง
แนวทางการรักษาต่อมไร้ท่อผิดปกติและแนวทางดูแลเด็กที่เป็นสาวก่อนวัย
เป้าหมายหลักของการรักษาคือ ชะลอการเข้าสู่วัยสาวเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย และที่สำคัญคือ เพื่อรักษาระดับความสูงสุดท้ายเมื่อเป็นผู้ใหญ่ (Final Adult Height) แนวทางการรักษา ได้แก่
- การรักษาภาวะ Central Precocious Puberty (CPP) : โดยใช้ยา GnRH Agonist เพื่อยับยั้งการทำงานของต่อมใต้สมอง ทำให้การหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นการเข้าสู่วัยสาวหยุดชะงัก ทำให้การเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้าออกไป
- การรักษาภาวะ Peripheral Precocious Puberty (PPP) : เป็นการรักษาตามสาเหตุ เช่น ผ่าตัดเนื้องอก รักษาซีสต์รังไข่ หรือหยุดการได้รับฮอร์โมนจากภายนอก
- แนวทางการดูแลเชิงจิตวิทยาและสุขอนามัย : อาจให้หลายแนวทางนี้ทำควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็น
- พูดคุยอย่างเปิดอก : อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายให้ลูกฟังด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับวัย
- ให้ความมั่นใจ : บอกลูกว่านี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และการรักษาก็เพื่อช่วยให้เขาเติบโตอย่างเหมาะสม
- สร้างสุขอนามัยที่ดี : สอนเรื่องการดูแลความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีกลิ่นตัวหรือมีประจำเดือน
- ประสานงานกับโรงเรียน : อาจต้องแจ้งครูที่โรงเรียนเพื่อให้เข้าใจและช่วยดูแลลูกที่โรงเรียน
ผลกระทบทางจิตใจและสังคมของภาวะเป็นสาวก่อนวัย
ผลกระทบทางร่างกายเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ผลกระทบทางจิตใจและสังคมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เด็กอาจต้องเผชิญกับความรู้สึกแตกต่าง รู้สึกแปลกแยกจากเพื่อนในวัยเดียวกัน เพราะมีรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไป บางคนอาจถูกเพื่อนล้อ ทำให้ขาดความมั่นใจและเกิดความอับอาย หนักกว่านั้นอาจเกิดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้ เนื่องจากความเครียดจนเกิดการเปลี่ยนแปลงนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตระยะยาวได้ สุดท้ายคือความเสี่ยงทางสังคม อาจถูกคาดหวังหรือถูกมองว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริง ทั้งที่วุฒิภาวะทางอารมณ์ยังเป็นเด็ก ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถูกล่วงละเมิดได้
การป้องกันและคำแนะนำสำหรับพ่อแม่
แม้ภาวะเป็นสาวก่อนวัยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชนิด CPP จะไม่สามารถป้องกันได้ แต่พ่อแม่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงบางอย่างและเตรียมพร้อมรับมือได้ เช่น
- การเฝ้าดูสัญญาณวัยรุ่นก่อนวัย และบันทึกกราฟส่วนสูง น้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ หากมีการก้าวหน้าชัดเจนในช่วงสั้น ๆ (4–6 เดือน) หรือมีอาการระบบประสาทร่วม การไปพบแพทย์เร็ว คือกุญแจสำคัญที่สุด
- รักษาน้ำหนักตัวของลูกให้อยู่ในเกณฑ์ เพราะภาวะอ้วนในเด็กหญิงมีความสัมพันธ์กับการเข้าสู่วัยสาวเร็วขึ้น
- ส่งเสริมการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสครีมยาที่มีฮอร์โมนโดยไม่จำเป็น และเก็บยาให้พ้นมือเด็ก
- พูดคุยให้ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างเหมาะวัย รวมถึงผู้ปกครองควรเข้าใจและดูแลปัญหาที่เกิดขึ้นด้านอารมณ์ของลูกอย่างใกล้ชิด
- ติดตามการนัดหยชมายของแพทย์ หากต้องเข้ารับการรักษาด้วย GnRHa หรือการรักษาเฉพาะสาเหตุอื่น ๆ
ปรึกษาผู้ชำนาญการที่ เมดิก้า เซ็นเตอร์ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ลูก
ต่อมไร้ท่อผิดปกติสามารถส่งผลให้เกิดภาวะเป็นสาวก่อนวัยได้จริง และภาวะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสูงสุดท้ายเมื่อเป็นผู้ใหญ่ เนื่องจากฮอร์โมนเพศจะเร่งให้กระดูกปิดเร็วกว่ากำหนด อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้สามารถจัดการและรักษาได้ด้วยการวินิจฉัยที่รวดเร็วและใช้แนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย แต่ยังช่วยรักษาศักยภาพความสูงของเด็กและลดผลกระทบทางจิตใจได้อีกด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้าใจจากครอบครัว ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้ลูกก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคงและมีความสุขแน่นอนค่ะ ดังนั้นเมื่อรู้แบบนี้การป้องกันแบบที่กล่าวมาข้างต้นจะทำให้ปัญหาคลี่คลาย หรือหากผู้ปกครองไม่มั่นใจเรื่องความสูงหรือไม่รู้ว่าลูกเข้าสู่ภาวะนี้แล้วหรือยัง สามารถเข้ามาปรึกษาที่ เมดิก้า เซ็นเตอร์ เพิ่มความสูงได้ เพราะเรามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมโปรแกรมที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล จึงสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
อ้างอิง
- American Academy of Pediatrics (AAP). Evaluation and Referral of Children With Signs of Early Puberty. Pediatrics. 2016. (Clinical Report)
- Endocrine Society – Hormone Health Network. Precocious Puberty (บทความให้ความรู้ผู้ป่วย). 2022.
- Klein DA, et al. Disorders of Puberty: An Approach to Diagnosis and Management. Am Fam Physician. 2017. (ภาพรวมแนวทางเวชปฏิบัติ)
- StatPearls. Precocious Puberty. อัปเดต 2023. (บทความอ้างอิงเปิดอ่านได้) ศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ


อ่านรีวิวคอร์สเพิ่มความสูงของ “เมดิก้าเซ็นเตอร์” ได้ที่นี่
อยากสูง…ปรึกษาเราได้
เมดิก้า เซ็นเตอร์ (Medica Center) เพิ่มโอกาสสูง ปรับบุคลิกภาพให้ดูดีและสูงขึ้นเห็นผลทันทีในครั้งแรก!! ที่ใช้เทคนิคการเพิ่มความสูงด้วยวิธีการทางการแพทย์ ไม่ต้องเข้าผ่าตัด แต่เป็นการเพิ่มความสูงด้วยการทำกายภาพ เมดิก้าเซ็นเตอร์ใช้หลักการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลักใหญ่ในการกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน รวมถึงการปรับโครงสร้างของร่างกายเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพให้สง่าและดูดี เพิ่มโอกาสสูงได้สูงสุดทันที 1-5 cm. ผลจริง ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ทุกขั้นตอนได้รับการดูแลและให้คำปรึกษาจากแพทย์และทีมงานผู้ชำนาญการประสบการณ์ด้านการปรับบุคลิกภาพเพิ่มโอกาสสูงมายาวนานมากกว่า 15 ปี สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงอายุที่เลยวัยพัฒนาการทางร่างกายแล้ว แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง ความปรารถนาที่จะมีส่วนสูงในฝันนั้นอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คุณคาดคิด
ที่ตั้ง : 2358 ชั้น 4 ถ.สุขุมวิท แขวง บางจาก เขต พระโขนง กรุงเทพ
เนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจ
ดื่มนมวัวทุกวันแต่ลูกดูไม่โต ? รวมข้อสงสัยและความเข้าใจผิดที่พ่อแม่อาจไม่เคยรู้
อาหารแคลเซียมสูง พ่อแม่ต้องรู้ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก
พิลาทิสเพิ่มความสูงได้จริงไหม ? เจาะลึกการปรับสรีระเพื่อการพัฒนาด้านร่างกายลูกให้สมวัย
รวม 9 กีฬา เสริมพัฒนาด้านร่างกายอย่างเหมาะสม
วิธีเสริมโภชนาการเด็กตามช่วงวัย ให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง
นอนเยอะเกินไปดีไหม ? มาดู 5 ข้อที่พ่อแม่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการนอนลูก
กระดูกสันหลังคด vs หลังค่อม ต่างกันยังไง ? พร้อมแนวทางแก้หลังค่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด
เช็กลิสต์พัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย ต้องดูอะไรบ้าง ? พร้อม 3 สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้
ปรึกษาทีมแพทย์ฟรี คลิกที่นี่